AOT ร่วง 2% เจอ “เซลออนแฟคท์” หลังกำไรปี 66 ต่ำคาด

AOT ลบ 2% คาดนักลงทุนเทขาย หลังรายงานงบปี 66 ออกมาต่ำกว่าคาด ฟาก “โบรก” เคาะเป้าสูง 81 บาท จับตาแถลงแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งช่วงบ่ายวันนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 พ.ย.66) ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ณ เวลา 10:25 น. อยู่ที่ระดับ 67.50 บาท ลบ 1.50 บาท หรือ 2.17% สูงสุดที่ระดับ 69.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 67.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.70 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น AOT ปรับตัวลดลงวันนี้ คาดการณ์ว่ามาจากการขายทำกำไร หลังบริษัทรายงานผลประกอบการงวดปี 66 (ก.ย.65-ต.ค.66) ออกมาพลิกมีกำไร 8,790.86 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ 11,087.86 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

โดยในงวดปี 66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 8,790.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.28% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 11,087.86 ล้านบาท มีรายได้รวม 48,445.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.77% จากปีก่อนที่มีรายได้ 17,891.86 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ที่เกี่ยวกับกิจการบิน (สัดส่วน 46% ของรายได้รวม) จำนวน 22,265.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205.43% รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการบิน (สัดส่วน 54% ของรายได้รวม) จำนวน 25,875.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.13% และรายได้อื่น ๆ 304.58 ล้านบาท ลดลง 77.13%

สำหรับไตรมาส 4/2566 (ก.ค.-ก.ย. 2566) บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,431.94 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,332.55 ล้านบาท

สาเหตุที่ผลประกอบการของ AOT ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เป็นเพราะจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินฟื้นตัวดีต่อเนื่องหลังจากสิ้นสุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยปีงบประมาณ 2566 AOT มีผู้โดยสารรวม 100.06 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 114.31% แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 53.91 ล้านคน ผู้โดยสารในประเทศ 46.15 ล้านคน และมีเที่ยวบินรวม 639,891 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 62.22% แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 321,053 เที่ยวบิน เที่ยวบินในประเทศ 318,838 เที่ยวบิน

ขณะเดียวกัน รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการบินที่เพิ่มขึ้นถึง 179.13% เป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จำนวน 10,888.60 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 270.10% ซึ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้โดยสารและผู้ใช้บริการภายในท่าอากาศยาน โดยรายการหลัก ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร ธุรกิจการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ธุรกิจจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการภาคพื้นและซ่อมบำรุง

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของรายได้เกี่ยวกับบริการจำนวน 4,773.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 125.61% โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากรายได้กิจการบริการภาคพื้น ค่าบริการตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ค่าบริการตรวจบัตรผู้โดยสารขึ้นเครื่อง และค่าไฟฟ้า

อนึ่งโดยก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT ให้ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 85.25 บาท โดยประเมินว่า AOT จะรายงานกำไรสุทธิปี 66 ที่ 9,460 ล้านบาท ฟื้นตัวจากปีก่อนขาดทุนสุทธิ 11,088 ล้านบาท จากรายได้ฟื้นที่ตัว 181% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 17,891.86 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของผู้โดยสารและเที่ยวบิน และคาดว่า AOT จะมีการจ่ายปันผลประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ 0.33 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 81 บาท โดยประเมินว่า AOT จะรายงานกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 9,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 11,088 ล้านบาท

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT ปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 67 เป็น 80 บาทต่อหุ้น โดยประเมินว่าในปี 66 จะมีกำไรสุทธิ 9,526 ล้านบาท และมีรายได้รวม 45,751 ล้านบาทโดยในช่วงไตรมาส 4/2566 คาดว่า AOT จะมีกำไรปกติที่ 3.6 พันล้านบาท ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.1 พันล้านบาท จากการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เวลาประมาณ 13.30 น. นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT จะแถลงข่าวผลประกอบการ AOT ประจำปีงบประมาณ 2566 และแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ รองรับผู้โดยสาร 200 ล้านคน ในปี 72

Back to top button