“กรภัทร” แนะเก็งกำไร 3 หุ้นเทคนิคขาขึ้น

“กรภัทร” แนะนำเก็งกำไร “BBIK-INSET-SMD” ตามสัญญาณเทคนิค รับปัจจัยบวกเฉพาะตัวเข้ามาหนุน ส่วนกรอบดัชนีวันนี้ให้แนวรับ 1,366–1,370 จุด แนวต้าน 1,389–1,400 จุด


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (25 ม.ค. 67) ว่าตลาดหุ้นไทยในวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นหลังมีปัจจัยสนับสนุนหลายส่วน อาทิ  ผลประกอบการกลุ่มหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่ง รวมไปถึงสัญญาภาคการผลิตโลกที่ฟื้นตัวทั้งสหรัฐและยุโรป

ขณะที่ภายในประเทศยังคงมีปัจจัยที่นักลงทุนยังมีความกังวลคือ การเปิดเผยตัวเลยการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในช่วงปี 2566 ออกมา 1.8% ต่ำกว่าคาด โดยผลจากสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้ากว่ากำหนด และเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลัง (Inventory) ในไตรมาส 4/66

อีกทั้งมีการกระทบอย่างชัดเจนจากภาคบริการ และการบริโภคที่ปรับตัวเร่งขึ้นอาจส่งผลต่อหุ้นในบางกลุ่มเท่านั้น อาทิ ภาคอุตสาหกรรมซึ่งอาจอยู่ในช่วงการเร่งการผลิต โดยจากเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณว่าตลาดโลกกำลังปรับตัวดีขึ้น และยังสะท้อนในเห็นถึงตลาดภายในประเทศที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวเช่นกัน ซึ่งอาจจะมีการเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ไปบ้าง

นอกจากนี้การที่จีนออกประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในช่วงต้นเดือนก.พ.67เพื่อเสริมสภาพคล่องถือเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งประเด็นทางการเมืองเรื่องหุ้นสื่อ ITV เมื่อวานนี้ยังส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยได้

โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยจะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้ ทั้งนี้ช่วงเปิดตลาดอาจมีการปรับตัวลบไปบ้าง ขณะที่จะถูกดึงโมเมนตัมขึ้นมาจากปัจจัย GDP ที่หลายคนกังวลซึ่งถ้าเป็นเรื่องอื่นนั้นจะมองว่าเป็นปัญหาโครงสร้าง ขณะที่ถ้าเป็นเรื่อง GDP ภายในประเทศ สะท้อนว่าภาคการผลิตที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวโดยให้กรอบดัชนีแนวรับ 1,366 – 1,370 จุด แนวต้าน 1,389 – 1,400 จุด

ขณะที่ประเด็นตัวเลข GDP ที่ออกมานั้นอาจส่งผลให้เห็นว่าคือปัญหาที่เกิดจากภาคการผลิต ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่เชื่อมั่นและอาจเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ภาคการผลิตโลกที่ฟื้นตัวอาจส่งผลให้ตลาดภายในประเทศอาจปรับขึ้นในปี 67 อย่างไรก็ตามการเติบโตของ GDP ในปี 66 โตต่ำกว่าคาดการณ์นั้นทุกสำนักวิจัยต้องมีการมาพูดคุยกันเพื่อให้น้ำหนักด้านไหนมากกว่ากัน อีกทั้งปี 67 รวมถึงมองว่าตลาดจะปรับตัวดีข้น

นอกจากนี้หากพูดถึงธุรกิจในกลุ่มปิโตรเคมี อาทิ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ที่ผลประกอบการออกมาไม่ดีมากนักนั้นสะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตภายในประเทศยังไม่ฟื้น ทั้งนี้ภาพรวมราคาหุ้นจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ เนื่องจากเป็นหุ้นที่อยู่ใน Thai ESG หรือ Thailand ESG Fund

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะ“ซื้อเก็งกำไร” ได้แก่ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ซึ่งได้รับประโยชน์การที่ธนาคารพาณิชย์กำลังพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง ให้แนวรับที่ 87-85 บาท แนวต้านที่ 95 บาท, บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ให้แนวรับที่ 2.20 บาท แนวต้านที่ 2.40 – 2.50 บาท และบริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD ซึ่งได้อานิสงส์จากสำนักงานประกันสังคมอนุมัติเครื่องการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) รวมไปถึงเครื่อง CPAP Continuous Positive Airway Pressure ให้แนวรับที่ 6.50 บาท แนวต้านที่ 7.50 บาท

Back to top button