TRT เด้ง 26% ลุ้นแผน 5 ปีดันรายได้ทะลุ 5 พันล้าน รับแผนขยายตลาดไทย-ตปท.

TRT ดีดแรง 26% นักลงทุนเก็งรับแผน 5 ปี ดันรายได้โตทะลุ 5 พันล้านบาท รุกเจาะตลาดรีโนเวททั้งในไทย-ต่างประเทศ เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศแตะ 50%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 มี.ค.67) บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ณ เวลา 10:45 น. อยู่ที่ระดับ 3.88 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 25.97% สูงสุดที่ระดับ 4.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46.52 ล้านบาท

โดยราคาหุ้น TRT ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงวันนี้ ทำจุดสูงสุดของวัน (ซิลลิ่ง) คาดการณ์ว่านักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร หลังบริษัทวางแผนธุรกิจ 3-5 ปีข้างหน้าลุยตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าในไทยและต่างประเทศ ผลักดันรายได้ทะลุ 4,000-5,000 ล้านบาท และเตรียมเจาะตลาดรีโนเวททั้งในอเมริกาและยุโรปเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 50%

ด้าน นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ TRT เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจภายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าว่า มีแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จากการวางแผนการธุรกิจและการบริหารงานภายในที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้รวม 4,000-5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดส่งออกจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10%

ทั้งนี้ บริษัทฯวางแผนเจาะตลาดในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและหม้อแปลงมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทดแทนของเดิมที่ใช้มานาน

นอกจากนี้เทรนด์การใช้ไฟฟ้าทั่วโลกยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มตามมาด้วย ถือเป็นโอกาสทางการตลาดสำหรับบริษัทฯ ในการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพื่อขยายตลาดไปในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงกลางปีนี้ และเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไปด้วย

“ปีนี้บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตประมาณ 20% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเติบโต 15% หลังจากนั้นตามแผนระยะ 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ซึ่งในอนาคตหากเป็นไปตามแผนที่บริษัทฯ ได้วางเอาไว้ อาจจะมีการลงทุนเพิ่มเพื่อรองรับแผนธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภายในให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้” นายสัมพันธ์ กล่าว

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 67 บริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะทำรายได้ 2,783 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) มีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) รวมถึงบริษัทเอกชนทั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัททั่วไป ตลาดต่างประเทศทั่วโลก ธุรกิจการให้บริการ และธุรกิจอื่นๆ ด้วย ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้ 2,590 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลง (Non-Transformer) อาทิ รถกระเช้า, รถเครน, ถังหม้อแปลงไฟฟ้า และแบตเตอรีลิเธียม ที่คาดว่าจะทำรายได้ 193 ล้านบาท

โดยบริษัทฯ มีงานประมูลและเสนอราคาทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องมูลค่ากว่า 15,271 ล้านบาท ซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสร้างเป็นยอดขายและรายได้ประมาณ 20% ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ในปี 67 อีก 2,352 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า 2,191 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่หม้อแปลงอีก 161 ล้านบาทด้วย และในปี 68 อีก 130 ล้านบาท

นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทฯ จะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการภายใน รวมถึงการบริหารการตลาด เพื่อให้ในแต่ละไตรมาสสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยไตรมาสละ 600 ล้านบาท ส่วนในปีหน้าจะเพิ่มให้แต่ละไตรมาสรับรู้รายได้ไตรมาสละ 700 ล้านบาท จากเดิมการรับรู้รายได้ของบริษัทฯ กระจุกตัวอยู่เฉพาะในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เป็นหลัก ซึ่งการบริหารจัดการให้ทุกไตรมาสมีรายได้เข้าอย่างสม่ำเสมอ เป็นการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและลูกค้าด้วย

“ภาพรวมธุรกิจในปีนี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะบริษัทฯ มีแบ็กลอกตุนไว้ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญลูกค้าในกลุ่มภาครัฐยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และกลับมาเบิกจ่ายเงินงบประมาณ สำหรับการลงทุนและพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงในเรื่องของไฟฟ้า หลังจากหลายหน่วยงานดีเลย์การเบิกใช้งบประมาณมาหลายปี ส่วนภาคเอกชนหากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ เชื่อว่าจะส่งผลในภาพรวมให้ภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัวด้วยเช่นกัน” นายสัมพันธ์ กล่าว

Back to top button