ในหลวง พระราชทาน 100 ล้านบาท ฟื้นฟู รพ.หาดใหญ่–รับศพผู้เสียชีวิตในพระบรมราชานุเคราะห์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงอุทกภัยภาคใต้ พระราชทานเงิน 100 ล้านบาท ฟื้นฟู รพ.หาดใหญ่ พร้อมรับศพผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยใต้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานโดรนสนับสนุนภารกิจกู้ภัย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์หนังสือของสำนักพระราชวัง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

เนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใหญ่ราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแส ดังนี้

  1. ทรงห่วงในราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
  2. พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว
  3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ทดแทนที่เสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินดังกล่าว
  4. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับค้นหา และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับขนส่งอาหาร แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งแห่งชาติ เพื่อใช้ในการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และบรรเทาสาธารณภัยแก่ราษฎร

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแส มา ณ โอกาสนี้

Back to top button