
NEX-EA เด้ง! เก็งคว้างานประกอบ “รถเมล์ EV” 1,520 คัน
NEX- EAกอดคอบวก! เก็งกำไรคว้างานประกอบ “รถเมล์ EV” 1,520 คัน มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท หลังเปิดประมูล E-bidding วานนี้ (23 ธ.ค.68) คาดรู้ผลภายในเดือนนี้ และเตรียมลงนามสัญญา ม.ค.69
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (24 ธ.ค.68) ราคาหุ้นบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ณ เวลา 11:10 น. อยู่ที่ระดับ 2.80 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.45% สูงสุดที่ระดับ 2.82 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.78 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 41.66 ล้านบาท
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ณ เวลา 11:10 น. อยู่ที่ระดับ 1.14 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.70% สูงสุดที่ระดับ 1.17 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.13 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36.43 ล้านบาท
ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น. ขสมก.จะเปิดให้ผู้สนใจ แข่งขันยื่นเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงิน 15,355.6 ล้านบาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีราคากลางที่ 15,326,737,242.00 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้ายื่นเสนอราคาจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่แสดงความคิดเห็นในช่วงที่ ขสมก.ประกาศร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) บนเว็บไซต์ของ ขสมก.เพื่อรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้หลังจากการยื่นเสนอราคา e-bidding เสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการประกวดราคาจะนำรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอมาตรวจสอบรายละเอียด และคาดว่าจะทราบรายชื่อผู้ที่ชนะการประกวดราคาภายในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้น ขสมก.จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก.เพื่อพิจารณาเห็นชอบผลการประกวดราคา และรายงานต่อกระทรวงคมนาคม และนายกรัฐมนตรี
โดยจะให้เวลาการอุทธรณ์ผลการประกวดราคาภายใน 7 วันทำการ คาดว่าจะได้ลงนามในสัญญากับผู้รับงานช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 จากนั้น ขสมก.จะเริ่มทยอยรับมอบรถในปี 2570 โดยตาม TOR กำหนดว่า ผู้ได้รับงานจะต้องส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศ EV จำนวน 1,520 คัน และหัวจ่ายจำนวน 434 หัว ณ สถานที่ที่ ขสมก.กำหนด ภายในระยะเวลา 360 วัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี
แบ่งเป็น งวดที่ 1 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 300 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร
งวดที่ 2 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 500 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 144 หัว ภายใน 330 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร งวดที่ 3 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 520 คัน และระบบอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมีหัวจ่าย 146 หัว ภายใน 360 วันนับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่เริ่มจัดหารถโดยสารที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้ผู้รับงานเริ่มดำเนินการจัดหารถโดยสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อกลุ่มบริษัทที่เคยแสดงความสนใจเข้าร่วมประมูล มีดังนี้
1) บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
2) บริษัท ไทย สบายล์ บัส จำกัด
3) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด
4) บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด
5) บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
6) บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด (ในเครือบริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT)
7) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA
8) บริษัท แอ๊บโซลูท แคปปิตอล จำกัด
9) บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX
10) บริษัท เฟิร์ส ทรานสปอร์ต จำกัด
ด้านแหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ในครั้งนี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ตรงตามทีโออาร์มากที่สุด
“รถโดยสารไฟฟ้าของ EA มีคุณสมบัติสอดคล้อง (Comply) กับข้อกำหนดการประมูล 100% รวมถึงระบบชาร์จและส่วนประกอบอื่น ๆ รวมทั้งศักยภาพการผลิต โดยมีกำลังการผลิตเพียงพอและสามารถผลิตได้ทันตามกำหนดอย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ ล่าสุดกลุ่ม EA ยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน วงเงิน สูงสุด 19,000-20,000 ล้านบาท โดยจะเป็นวงเงินลักษณะทยอยเบิกใช้ (Multi-tranche facility) ซึ่งอาจเป็นบริษัทลูก ไม่ใช่บริษัทแม่กู้โดยตรง ในอัตราดอกเบี้ยในระดับปกติ
“เป้าหมายของเงินกู้ ไม่ใช่เพื่อช่วยให้บริษัท “รอด” แต่เพื่อช่วยให้บริษัท “Turnaround” และสามารถเติบโตต่อไปได้ ซึ่งแตกต่างจากความช่วยเหลือ 2 ครั้งก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง”
สำหรับผลกระทบเชิงบวก การกู้ครั้งนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการชำระหนี้ (Repayment Profile) ภาระการชำระคืนเงินกู้จะลดลง ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operation) เหลือมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้หุ้นกู้ กระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นสามารถนำไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้ได้มากขึ้น สร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้
ขณะที่ NEX กำลังปรับทิศทางกลยุทธ์ครั้งสำคัญ จากรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่เน้น “การขายผลิตภัณฑ์” ไปสู่กลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรและภาครัฐที่มองหาการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมต้นทุนได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภายใต้กลยุทธ์เดิม (Old Strategy) ธุรกิจจะเน้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยนิยามตัวเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายยานพาหนะ นำเสนอจุดเด่นด้านคุณสมบัติของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ระยะทางวิ่ง หรือเทคโนโลยีที่ใช้ และโครงสร้างธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินการเองตั้งแต่ต้นจนจบ
ส่วนกลยุทธ์ใหม่ (New Strategy) ได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistic Provider) อย่างเต็มรูปแบบ เปลี่ยนจากการขายรถ มาเป็นการขาย “โซลูชันการขนส่ง” ที่ครอบคลุม โดยผู้ให้บริการจะเป็นผู้บริหารจัดการทั้งหมด ตั้งแต่การจัดหารถ ระบบชาร์จไฟ การบำรุงรักษา การบริหารกองรถ ไปจนถึงประสิทธิภาพในการให้บริการ