
BH วิ่งต่อ 3% ยันไร้ผลกระทบ “โคเพย์” ผู้ป่วยคูเวตหวนกลับรักษา
BH บวกต่อ 3% หลังยันไร้ผลกระทบประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย หรือ Co-payment โชว์สัดส่วนผู้ป่วยประกันเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 21% บวกได้อานิสงส์ผู้ป่วยคูเวตกลับมาปีนี้ โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เป้าราคา 178-224 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ม.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ณ เวลา 10:58 น. อยู่ที่ระดับ 154 บาท บวก 4 บาท หรือ 2.67% สูงสุดที่ระดับ 155 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 150.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 658.94 ล้านบาท
โดยฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์บริษัท BH เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นน่าจะเป็นการดีดกลับ (Rebound) ของราคาหุ้น หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับกระแสข่าวบริษัทประกันรายใหญ่จะปรับเปลี่ยนให้ผู้ซื้อกรมธรรม์ใหม่ซื้อประกันสุขภาพเป็นแบบร่วมจ่าย (Co-payment)
ทั้งนี้ บริษัทยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จาก Co-payment เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการขายประกันสุขภาพเป็นแบบร่วมจ่ายมาตั้งแต่ต้นปี 2568 แล้ว และสัดส่วนผู้ป่วยประกันของ BH ยังสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จาก 19% เป็น 21% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ขณะที่ผู้ป่วยเงินสด (Self-Pay) ยังมีสัดส่วนที่ใหญ่กว่า และมีความแข็งแกร่ง ทั้งฐานผู้ป่วยไทย และโดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติที่มีสัดส่วนเกิน 60% ทำให้ไม่มีความกังวลเรื่อง Co-payment
ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า นักลงทุนกังวลผลกระทบจาก co-payment มากเกินไป เนื่องจาก BH มีการประเมินมูลค่าอยู่ในระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 พร้อมปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 178 บาท
ส่วนบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ปรับเพิ่มคำแนะนำ BH จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” โดยเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสมเป็น 224 บาท จาก 207 บาท เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2569 โดยประเมินรายได้รวมไว้ที่ 27,802 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 8,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่คาดว่าจะมีรายได้รวม 25,234 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7,388 ล้านบาท
นอกจากนี้ มองว่า BH จะได้รับประโยชน์หลักจากการกลับมาของผู้ป่วยชาวคูเวตตั้งแต่ปี 2569 ซึ่งน่าจะผลักดันให้การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มจำนวนเตียง และเครือข่ายการให้บริการตั้งแต่ปี 2570 ควรจะช่วยรักษาการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570-2571 พร้อมทั้งมองว่าการแข่งขันในภูเก็ตอยู่ในระดับที่จัดการได้ และไม่คาดว่าจะมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเนื่องจากขนาดตลาดที่กำลังขยายตัว


