THAI ร่วง 11% รับแรงขายหลังพ้น Silent Period ฟากปลัดคลังย้ำพื้นฐานแกร่ง

THAI ร่วง 11% รับแรงขายหลังพ้น Silent Period ขายได้ทันที 6.6 พันล้านหุ้น ด้านปลัดคลังมั่นใจผลงานการบินไทยเด่น ทิศทางธุรกิจปี 69 ชัดเจนต่อเนื่อง โบรกฯมองแม้แรงขายจากหุ้นต้นทุนต่ำกดดันราคา แต่หุ้นใหญ่ 61.5% ยังเลือกถือต่อ สะท้อนความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง ราคาหุ้นถอยลึก P/E เหลือราว 8 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มการบินในภูมิภาค ประเมินมูลค่าเหมาะสม 8.50-9.80 บาท เปิดจังหวะสะสม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(4 ก.พ.69) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ณ 10:06 น. อยู่ที่ระดับ 6.20 บาท ลบ 0.80 บาท หรือ 11.43% ราคาสูงสุด 6.25 บาท ราคาต่ำสุด 6.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.04 พันล้านบาท

จากกรณีหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่พ้นช่วงห้ามซื้อขาย (Silent Period) และกลับมาเปิดให้ซื้อขายอีกครั้งในวันนี้ 4 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้หุ้นจำนวนมากกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน หรือ 6,601 ล้านหุ้น ปลดล็อกพร้อมกัน ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายล่วงหน้าอย่างมีนัยสำคัญ จนเกิดแรงเทขายออกมาอย่างหนักในตลาด เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานหุ้นที่เพิ่มขึ้นระยะสั้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ความกังวลดังกล่าวน่าจะมาจากมุมมองของนักลงทุนรายย่อย ต่อประเด็นที่หุ้นซึ่งอยู่ช่วง Silent Period ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่กำลังจะครบกำหนด และเริ่มมีการซื้อขายได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มิได้มีการดำเนินการใดเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎเกณฑ์และหลักปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนอย่างเคร่งครัด โดยบริษัททำหน้าที่เพียงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใสแก่นักลงทุนเท่านั้น

ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์เป็นดุลยพินิจของนักลงทุนแต่ละราย ควรพิจารณาจากการประเมินและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างอิสระ บริษัทยังคงมีความเชื่อมั่นต่อผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การบริหารงานที่เป็นมืออาชีพและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง

:หุ้นใหญ่ 61.5% ถือต่อ

สำหรับมุมมองของนักวิเคราะห์โดยรวม ปัจจุบันมีคำแนะนำ “ซื้อ” 7 ราย “ถือ” 12 ราย และ “ขาย” 1 ราย สะท้อนว่าตลาดยังมีความเห็นแตกต่าง และยังต้องติดตามปัจจัยกดดันในระยะสั้นอย่างใกล้ชิด

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงลบ (Negative Sentiment) ต่อหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากกรณีที่ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI จะพ้นกำหนด Silent Period และเริ่มกลับเข้าซื้อขายในตลาดจำนวน 6.6 พันล้านหุ้น คิดเป็น 23% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำเพียง 2.5452 บาทต่อหุ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

ทั้งนี้ก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI ที่สามารถซื้อขายในตลาดมีเพียง 1.9 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 7% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

บล.กรุงศรี คาดว่าหุ้นที่พ้น Silent Period จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน (ต้นทุน 2.5452 บาทต่อหุ้น) และหุ้นเพิ่มทุน (ต้นทุน 4.48 บาทต่อหุ้น) โดยจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการปรับโครงสร้างทุน คาดว่าหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนจะมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 74% ของทุนชำระแล้ว

อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี ประเมินว่า ประมาณ 61.5% ของหุ้นที่พ้น Silent Period รอบวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จะยังไม่ถูกขายออกมาในตลาด โดยเป็นหุ้นที่ถือโดยกระทรวงการคลัง 38.9%, ธนาคารออมสิน 1.6%, สหกรณ์ออมทรัพย์ 12.5% และธนาคารกรุงเทพ 8.5%

ขณะเดียวกัน ยังมีหุ้น THAI อีก 19,803 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 70% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ที่ยังติด Silent Period และมีกำหนดพ้นข้อจำกัดการซื้อขายในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งคาดว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนเช่นเดียวกัน

บล.กรุงศรี มองประเด็นดังกล่าวเป็น Negative Sentiment เนื่องจากคาดว่าจะมีหุ้นต้นทุนต่ำจำนวนกว่า 2.5 พันล้านหุ้น (หลังหักส่วนที่คาดว่าจะไม่ขายออกมา) มีโอกาสถูกขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงจากคดีความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กรณีถูกฟ้องให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานของบริษัท การปรับโครงสร้างคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สร้างความกังวลต่อตลาดในประเด็นการแทรกแซงการดำเนินงานจากภาครัฐ

อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี มองว่า ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสายการบินในภูมิภาคที่ราว 10 เท่า และกลับมามีอัพไซด์ประมาณ 14% นอกจากนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2568 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% จากการคาดจ่ายเงินปันผล 0.32 บาทต่อหุ้น

บล.กรุงศรี จึงยังคงคำแนะนำ “Neutral” สำหรับหุ้น THAI ที่ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยมองว่าระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการพ้น Silent Period ของหุ้น 2 รอบใหญ่ ได้แก่ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 และ 4 สิงหาคม 2569 แต่ในเชิงมูลค่า ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ยังคงแนะนำให้รอดูสถานการณ์ (Wait-and-see) ในระยะสั้น เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นการบินไทย (THAI) มีโอกาสผันผวนสูง หลังจากหุ้นจำนวนมากซึ่งมีต้นทุนต่ำกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงขายกดดันราคาหุ้นได้

ทั้งนี้ทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของราคาเหมาะสม โดยประเมินจากการเปลี่ยนแปลงของกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ตามประมาณการของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ และค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) โดยในกรณีฐาน ใช้สมมติฐาน EPS ที่ 1.05 บาทต่อหุ้น และ P/E ที่ 9.3 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มเดียวกันในภูมิภาค ส่งผลให้ราคาเหมาะสมของหุ้น THAI อยู่ที่ประมาณ 9.8 บาทต่อหุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรปกติของ THAI ไตรมาส 4/2568 จะปรับลดลงทั้งเมื่อเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน (ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานในรูปของค่าตอบแทนพิเศษแบบครั้งเดียว (one-off) ราว 1.0 พันล้านบาท รวมถึงการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงอากาศยานเป็นประมาณ 5.0 พันล้านบาท จากไตรมาส 3/2568 ที่อยู่ราว 3.5 พันล้านบาท ส่งผลกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (operating profit margin) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี บริษัทจะบันทึกรายได้จากการกลับรายการภาษีเงินได้ราว 1.0 พันล้านบาท จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโครงการลงทุนที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายได้บางส่วน

ในปี 2569 THAI จะรับมอบเครื่องบินใหม่รวม 20 ลำ ประกอบด้วย Airbus A321 จำนวน 16 ลำ และ Boeing 787 จำนวน 4 ลำ ส่งผลให้จำนวนฝูงบินเพิ่มเป็น 99 ลำ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อมบำรุง จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69) ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงาน บริษัทยังคงตั้งเป้าควบคุมไม่ให้เกิน 13% ของรายได้ เทียบกับปี 2568 ที่อยู่ 11%

Back to top button