THAI เด้งกลับ 4% เก็งรับปันผล 0.27 บาท โบรกชูเป้า 9.30 บาท

THAI รีบาวด์ 4% จับตา 26 ก.พ.นี้ บอร์ดเคาะปันผล 0.27 บาท/หุ้น ยีลด์ 4.50-5% ขณะที่งบ Q1 แนวโน้มดี โบรกฯ ให้ราคาเป้าหมาย 8.20-9.30 บาท เปิดอัพไซด์ 36.7-55%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ณ เวลา 10:06 น. อยู่ที่ระดับ 6.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 4.17% สูงสุดที่ระดับ 6.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.05 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 255.03 ล้านบาท

โดยวานนี้ (4 กุมภาพันธ์) หุ้น THAI เผชิญแรงขายที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยแรงกดดันจากการพ้นระยะห้ามขาย (Silent Period) ของหุ้นล็อตใหญ่กว่า 6.6 พันล้านหุ้น มีความรุนแรงแผ่วลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับความกังวลก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์เคยประเมินว่าอาจเกิดแรงเทขายหนักทันทีที่ปลดล็อก

ทั้งนี้ปริมาณการซื้อขายตลอดวานนี้อยู่ที่เพียง 610.34 ล้านหุ้น สะท้อนว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวนมากยังไม่เร่งขายออกมา ขณะที่ราคาหุ้น THAI ระหว่างวันอ่อนตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 5.25 บาท ก่อนมีแรงซื้อกลับช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้ราคาปิดที่ 6.0 บาท ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันได้

โดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และสหกรณ์ออมทรัพย์ ยังคงเลือกถือหุ้นต่อ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในระยะถัดไป และช่วยลดแรงกดดันด้านซัพพลายในตลาด หลังการปลดล็อกหุ้นล็อตใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้น THAI ลักษณะ “ทยอยสะสม” เพื่อรับเงินปันผล แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 9.30 บาท จากเดิม 12.00 บาท โดยอิงวิธีประเมินมูลค่า EV/EBITDA ที่ 6.5 เท่า เพื่อสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชะลอลง และความกังวลเกี่ยวกับปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside สูงถึง 32.9% ทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่านักลงทุนควรรอความชัดเจนหลังแรงขายจากหุ้นที่อยู่ในช่วง Lock-up เริ่มเบาบางลง

ด้านผลตอบแทน บล.หยวนต้าคาดว่า เงินปันผลสำหรับงวดปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็น อัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ราว 4.5% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับการถือครองระยะยาว สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ประมาณ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% QoQ จากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวช่วง High Season โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้นแตะ 4.3 ล้านคน

ขณะที่แนวโน้มกำไรปกติปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 2.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 12% YoY โดยความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การควบคุมต้นทุน แม้ราคาน้ำมันเครื่องบินจะปรับตัวลดลง แต่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและการซ่อมบำรุงยังคงอยู่ในระดับสูง หลังการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในปี 2568

ทั้งนี้การเติบโตในระยะถัดไปอาจทำได้อย่างจำกัด จากข้อจำกัดด้านจำนวนฝูงบิน และความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางโครงสร้างธุรกิจที่ขยายตัวเร็วเกินไปในช่วงฟื้นตัว

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดผลการดำเนินงานของการบินไทยในไตรมาสที่ 4/2568 จะมีกำไรสุทธิ 4,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 42,342 ล้านบาท

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) แนะนำเข้าสะสมหุ้น THAI หากมีการขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มสดใสในปี 2569 นี้ อีกทั้งการประเมินมูลค่าในปัจจุบันยังน่าสนใจ จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ราคาเป้าหมาย 8.2 บาท เท่ากับ EV/EBITDA 4.4 เท่าในปี 2570 (ส่วนลด 20% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง) เพื่อรับรู้ EPS ที่มีแนวโน้มเติบโตลดลง และ overhang จากการสิ้นสุด lock up โดยมองว่า yield ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และการได้รับมอบเครื่องบินเร็วกว่าคาดจะช่วยหนุนราคาหุ้น ส่วน downside risk จะมาจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง, การเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแล และการเข้ามาแทรกแซงของรัฐ

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองว่าหากราคาหุ้นปรับตัวลงที่ระดับ 6 บาท ซึ่งคิดเป็น PER ปี 2569 ที่เพียง 6 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 11.4 เท่าถึง 48%) และคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.0% (ใกล้เคียงกับกลุ่มธนาคาร แต่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยของ SET และของภูมิภาคที่ 3.0%) เป็นระดับราคาที่น่าจะพิจารณาทยอยสะสม เนื่องจากแนวโน้มกำไรปี 2569 แข็งแกร่ง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) คาดว่าการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารของบริษัทการบินไทย จะปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ในด้านผลประกอบการ คาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและต้นทุนพนักงานจะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ ซึ่งจะช่วยหนุนผลกำไรให้ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ)

ช่วงไตรมาส 1/2569 การบินไทย จะได้รับมอบเครื่องบินใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ Airbus A321 จำนวน 2 ลำ และ Boeing 787 จำนวน 1 ลำ พร้อมทั้งมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับอุปสงค์การเดินทางที่ฟื้นตัว

ทั้งนี้บริษัทมีกำหนดประกาศผลประกอบการวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับหุ้น THAI และประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 9.30 บาท

Back to top button