THAI ปิดบวก 5% โบรกแนะซื้อเป้า 10.10 บาท มองกำไร Q4 ฟื้น ปี 69 ลุย “ยุโรป-ออสเตรเลีย”

"บล.พาย" คาด THAI แจ้งงบไตรมาส 4/68 พลิกกำไร 4,835 ล้านบาท รับรายได้ภาษีหนุน แม้กำไรปกติชะลอตัว จับตาปี 69 รับเครื่องบินใหม่ 20 ลำ ลุยเส้นทางยุโรป-ออสเตรเลีย แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 10.10 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ปิดตลาดที่ระดับ 6.95 บาท บวก 0.35 บาท หรือ 5.30% สูงสุดที่ระดับ 7 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.19 พันล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยบทวิเคราะห์คาดการณ์ผลประกอบการของ THAI ประจำไตรมาส 4/2568 โดยประเมินว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 4,835 ล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการพลิกฟื้นจากที่เคยขาดทุน 42,129 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติ (Core Profit) คาดว่าจะอยู่ที่ 3,835 ล้านบาท ลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 29% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุงที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษจากการบันทึกรายได้ภาษีเข้ามาช่วยหนุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับรายได้จากธุรกิจหลักในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 45,821 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากค่าโดยสาร 38,175 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า มีจำนวนผู้โดยสารรวม 4.3 ล้านคน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้านปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) อยู่ที่ 17,772 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร และปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) อยู่ที่ 14,162 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ส่งผลให้อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 80% ลดลงจาก 82% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นจาก 77% ในไตรมาส 3/2568

ในส่วนของต้นทุนหลักรวม คาดว่าจะอยู่ที่ 40,327 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 13% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานหลังมีการจ่ายเงินพิเศษสูงกว่าปีก่อน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่ในไตรมาส 3/2568 มีการบันทึกไว้ต่ำเกินไป จึงมีการบันทึกเพิ่มในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,494 ล้านบาท ลดลง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 23% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิรวมทั้งปี 2568 ของ THAI จะอยู่ที่ 31,205 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมที่เคยคาดไว้ 14%

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 (ปี 2026) คาดว่าจะมีการรับมอบเครื่องบินใหม่เข้าฝูงบินประมาณ 20 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินรุ่น A321Neo จำนวน 16 ลำ และ B787 อีก 4 ลำ โดยจะเริ่มทยอยเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H26) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ THAI สามารถเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม การเปิดเส้นทางบินใหม่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดในภูมิภาคดังกล่าวเริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 29,781 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เริ่มมีความท้าทาย เนื่องจากกำไรปกติในงวดไตรมาส 4/68 เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว และมีผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดยุโรปที่เป็นฐานรายได้สำคัญ โดยฝ่ายวิเคราะห์อาจมีการทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังการประกาศผลประกอบการช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ในแง่คำแนะนำการลงทุน ยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมที่ 10.10 บาท (อิง P/E ปี 2569 ที่ 9.6 เท่า) เนื่องจากมองว่าหากการบินไทยมีฝูงบินเพิ่มขึ้นตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตของผลประกอบการในอนาคตได้

Back to top button