TIDLOR บวกต่อ 3% ขานรับกำไรปี 68 โต 17% ทะลุ 4.93 พันลบ. โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 25 บ.

TIDLOR บวกต่อ 3% รับงบปี 2568 กำไรสุทธิ 4.93 พันลบ. โต 17% รายได้ดอกเบี้ย–ค่าธรรมเนียมขยายตัว ขาดทุนเครดิตลดลง หนุนคุณภาพพอร์ตดีขึ้น โบรกคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 25 บาท คาดกำไรปี 2569 โตต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (19 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)  หรือ TIDLOR ณ เวลา 11:23 น. อยู่ที่ระดับ 20.30 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 3.05% สูงสุดที่ระดับ 20.30 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 385.05 ล้านบาท

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานปี 68 มีกำไรสุทธิรวม 4,932.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,201.32 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตปรับตัวลดลง สะท้อนคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยรับจำนวน 19,344.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 82.2% ของรายได้รวม โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมจำนวน 18,195.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประเภทสินทรัพย์

ขณะเดียวกันมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจำนวน 4,024.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากช่วงปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 17.1% ของรายได้รวม โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างรายได้และลดความผันผวนของผลการดำเนินงาน โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการดำเนินงานของ 3 แบรนด์หลัก ควบคู่กับการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านประกันภัย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการในทุกช่องทาง

ทั้งนี้ ธุรกิจนายหน้าประกันภัยของกลุ่มบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ประกอบด้วย แบรนด์ประกันติดโล่ (Shield Insurance) พร้อม Call Center 1501 ซึ่งให้บริการในรูปแบบพบลูกค้าผ่านพนักงานสาขาที่มีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต แบรนด์ Areegator ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์สำหรับสมาชิกตัวแทนนายหน้าประกัน และแบรนด์ heygoody.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัลที่เปิดให้ลูกค้าเลือกซื้อประกันด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านรายได้อื่นในปี 2568 อยู่ที่ 164.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184.3% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 0.7% ของรายได้รวม โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเงินสมทบจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” รวมถึงค่าธรรมเนียมและบริการอื่นที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของฐานลูกค้า

นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตในปี 2568 อยู่ที่ 3,031.1 ล้านบาท ลดลง 11.4% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการตัดจำหน่ายหนี้สูญที่ลดลง สอดคล้องกับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น การอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบ และการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทระบุว่ายังคงตั้งสำรองหนี้อย่างรอบคอบและเพียงพอ ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม

ส่วนด้านคุณภาพสินทรัพย์ กลุ่มบริษัทสามารถควบคุมได้ในระดับที่ดี โดยอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 1.5% ณ สิ้นปี 2568 จาก 1.8% ในปี 2567

บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ระบุว่า หากไม่รวมผลขาดทุนจากการด้อยค่า กำไรหลักทั้งปีของ TIDLOR ปรับเพิ่มขึ้น 20% อยู่ที่ 5,084 ล้านบาท และหากไม่รวมรายการตั้งสำรองเพิ่มเติม (Management Overlay) กำไรหลักจะอยู่ที่ 5.26 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 5.16 พันล้านบาท

สำหรับปี 2568 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรปี 2569F จะอยู่ที่ 5.66 พันล้านบาท เติบโต 14.6% จากปีก่อน และคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 1.95 บาทต่อหุ้น โดยอิงราคาปิดล่าสุดที่ 19.70 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (PER) ปี 2569F ที่ประมาณ 10 เท่า

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมจะมีการเปิดเผยภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในช่วงเช้าวันนี้ โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TIDLOR และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 25.00 บาท

Back to top button