
จับตาเก็งกำไร TIDLOR ก่อนขึ้น XD 2 มิ.ย.นี้ ปันผล 0.69 บาท คู่สตอรี่ซื้อหุ้นคืน
จับตา TIDLOR แรงซื้อเก็งกำไรดักคว้าปันผล 0.69 บาท ก่อนขึ้น XD 2 มิ.ย.นี้ ควงคู่สตอรี่บอร์ดอนุมัติซื้อหุ้นคืน 2,400 ล้านบาท โบรกฯ ชูรับอานิสงส์มาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เคาะเป้า 22.90 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) หุ้นบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กลับมามีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลควบคู่กับโครงการซื้อหุ้นคืน ผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับปิดที่ 16.10 บาท ก่อนทยอยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18.20 บาทในการซื้อขายล่าสุด คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 13.04%
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมติคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.69 บาทต่อหุ้น สำหรับผู้ถือหุ้นสามัญ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มิถุนายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 4 มิถุนายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินไม่เกิน 2,400 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 122.824 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 4.24% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะดำเนินการผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแบบจับคู่อัตโนมัติ (AOM) ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569
ทั้งนี้ บริษัทระบุว่า โครงการซื้อหุ้นคืนมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยภายหลังการซื้อหุ้นคืน ผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดที่ลดลง พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ขณะที่มุมมองจากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นในกลุ่มเงินทุนมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” มากกว่าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในอดีต เนื่องจากมาตรการใหม่มีสัดส่วนการสนับสนุนจากภาครัฐสูงขึ้น โดยรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% รวมถึงมีวงเงินสนับสนุนและจำนวนผู้ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการสินเชื่อรายย่อย
ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มเงินทุนที่ระดับ “ลงทุนเท่ากับตลาด” โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยหนุนความต้องการสินเชื่อระยะสั้น โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ของผู้ประกอบการในกลุ่ม หากกำลังซื้อของประชาชนฟื้นตัวดีขึ้น
พร้อมกันนี้ TIDLOR ยังถูกเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 22.90 บาท เนื่องจากคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสองบริษัท ร่วมกับบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ที่มีทั้งการเติบโตของสินเชื่อและตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงในช่วงโครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา
นอกจากนี้ TIDLOR ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากช่วงเปิดภาคเรียน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ความต้องการใช้เงินของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ขณะเดียวกัน ธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ช่วยสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเพียงด้านเดียว
