
CKP วิ่งแรง 6% รับกำไรปี 68 โตเท่าตัว บุ๊กส่วนแบ่งโรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2 เพิ่ม
CKP บวกคึก 6% หลังอวดกำไรปี 68 เติบโต 106.9% มาที่ 2,781.8 ล้านบาท บันทึกเพิ่มจากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและน้ำงึม 2 ในลาว อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุน คาดปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช่วงต้นปี 69 ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 2.70 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 6.30% สูงสุดที่ระดับ 2.74 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50.04 ล้านบาท
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 2,781.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน และรายได้รวม 10,638.5 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากปีก่อน
โดยกำไรที่เติบโตดังกล่าว มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 202% จากปีก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึง 7% ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก
ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้า 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.ค. ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ โดยปัจจุบัน CKP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,640 เมกะวัตต์ (MW)
สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือน ม.ค. มากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 1/2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือน ม.ค. สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน ก.พ. ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ 65% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้
โดยฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKP ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง


