
PTTEP พุ่ง 3% รับปัจจับบวก “น้ำมัน” ทะยานแตะ 99 เหรียญ
PTTEP วิ่งแรง 3% รับปัจจัยบวกระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 99 ดอลลาร์ฯ หลังอิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โบรกชูเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ณ เวลา 10:29 น. อยู่ที่ระดับ 149 บาท บวก 4.50 บาท หรือ 3.11% สูงสุดที่ระดับ 149.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 144.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.52 พันล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ PTTEP ขึ้นร้อยละ 6.2 สู่ระดับ 151.8 บาทต่อหุ้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” (BUY) โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการที่ธนาคารแห่งอเมริกา (BofA) ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน
การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายดังกล่าว สะท้อนถึงการทบทวนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในช่วงปี 2569–2570 ให้สูงขึ้น โดยปรับสมมติฐานราคาน้ำมันในปี 2569 ขึ้นเป็น 77.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (จากเดิม 60 ดอลลาร์สหรัฐ) และปี 2570 ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (จากเดิม 62 ดอลลาร์สหรัฐ) การปรับสมมติฐานนี้สะท้อนมุมมองที่ว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลให้ตลาดพลังงานตึงตัวยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ทางฝ่ายวิจัยยังได้ปรับลดอัตราคิดลด (WACC) ลงเหลือร้อยละ 8.9 จากเดิมร้อยละ 10 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการลดลงของส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาดหุ้นไทย (Equity Risk Premium: ERP) จากร้อยละ 8 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 4 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 2
จากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรของ PTTEP ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะแตะระดับ 77,400 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากประมาณการเดิม และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (Consensus) ที่ 56,400 ล้านบาทอย่างมาก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาก๊าซที่ทรงตัวระดับ 5.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู พร้อมบริหารจัดการต้นทุนรวมต่อหน่วยให้อยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2570 ถูกปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 สู่ระดับ 70,500 ล้านบาท (เทียบกับ Consensus ที่ 56,900 ล้านบาท) ภายใต้โครงสร้างต้นทุนและราคาในระดับที่ใกล้เคียงกัน
ทั้งนี้ BofA ประเมินสถานการณ์กรณีฐาน (Base Case) ว่า ตลาดน้ำมันจะเผชิญภาวะขาดดุลอุปทานราว 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงต้นปี 2569 ก่อนที่จะทยอยปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุลในช่วงกลางปี และพลิกกลับมาเกินดุลในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อออกไป อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นชั่วคราวไปแตะระดับ 100–130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้
บล.เกียรตินาคินภัทร ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อพื้นฐานธุรกิจของ PTTEP โดยระบุถึงความโดดเด่นด้านวินัยทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนความน่าสนใจของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล โดยบริษัทหลักทรัพย์คาดการณ์ผลตอบแทนรวม (Total Return) ไว้ที่ระดับร้อยละ 12.7 ซึ่งประกอบด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดการณ์สำหรับปี 2569 ที่ร้อยละ 6.5 และส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain) ที่มีศักยภาพปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 6.2

