NER วิ่ง 3% โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 6.20 บ. ลุ้นกำไรปีนี้โต 21% ดันยอดขายแตะ 5 แสนตัน

NER วิ่ง 3% โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” มองบวกอุตสาหกรรมยางพารา รับอานิสงส์ซัพพลายโลกจำกัด คาดกำไรปีนี้โต 20.8% แตะ 1,974 ล้านบาท พร้อมยอดขาย 5 แสนตัน และแผนรุกตลาดอินเดีย เคาะราคาเป้าปี 69 ที่ 6.20 บาทต่อหุ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (27 มี.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ณ เวลา 11.24 น. อยู่ที่ระดับ 4.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ 2.94% โดยทำจุดสูงสุดที่ 4.92 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 4.76 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79.47 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER โดยแนะนำซื้อหุ้น ยังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 6.20 บาท ทั้งนี้คงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 1,974 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพอุตสาหกรรมยางพาราที่จะได้ประโยชน์จาก Supply โลกที่มีจำกัด ขณะที่อุปสงค์ยังคงเท่าเดิมถึงเพิ่มขึ้น และช่วงปลายปีคาดว่า Supply ยางส่วนใหญ่จะถูกดึงไปเพื่อใช้จำหน่ายในเกรด EUDR ซึ่งมี GPM สูงกว่า ทำให้ในช่วงต้นปีผู้ผลิตยางล้อต้องเร่งสะสมสต็อกยางไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เพียงพอสำหรับการผลิตยางล้อทั่วไป

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด แนะนำซื้อ NER ด้วยปัจจัยบวกจากผลประกอบการปี 2569 ยังเติบโตได้จากเป้าการขายที่ผู้บริหารคาดไว้ที่ระดับ 500,000 ตัน โดยมีตลาดที่คาดว่าจะขายเพิ่มได้อย่างประเทศอินเดีย ที่มีโอกาสเห็นการปรับโครงสร้างภาษีสินค้ากลุ่มยางผสม

ทั้งนี้ การเติบโตหลักจะเห็นในปี 2570 และยังคงแนะนำ ซื้อ เช่นเดิม ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.84 บาท (6 เท่า PER ปี 69) NER จ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2568 อีก 0.26 บาท/หุ้น (รวมทั้งปีจ่าย 0.31 บาท/หุ้น) XD 23 เมษายน และจ่าย 7 พฤษภาคม 2569

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ประเมินว่า มูลค่าที่เหมาะสมปีนี้อยู่ที่ราคา 5.50 บาท/หุ้น อิง PE เฉลี่ย (หลังช่วงโควิด-19) ที่ 5.60 เท่า โดยมีมุมมองปี 2569 Outlook ยังดี บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5 แสนตัน มองราคายางทั้งปีเป็นขาขึ้น คาดการณ์ราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 65 บาท/กก. โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นบริษัทสัญชาติจีน พร้อมมุ่งขยายตลาดไปในประเทศอินเดียมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจาก 5% เป็น 10% และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ 2-3 รายในปีนี้ ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ 1,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3.2% เมื่อเทียบกำไรจากการดำเนินงานปกติปีก่อน โดยมาจากรายได้ปีนี้ 31,850 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.3%) ที่ปริมาณขาย 490,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 65 บาท/กก. และระดับ GPM ที่ 9.8% สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่ระดับ 9.7% เนื่องมาจากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยปีนี้อาจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยเอลนีโญที่จะกลับมาส่งผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ SG&A/Sales ค่อนข้างทรงตัวที่ระดับ 2.3% และค่าใช้จ่ายทางการเงินอีกราว 552 ล้านบาท

อนึ่ง ภาพรวมบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตสู่ระดับ 32,000 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนด้านราคายางที่เริ่มฟื้นตัวและปรับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยและความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น

Back to top button