
สุเชษฐ์ ชี้ SET ไซด์เวย์ แนะเก็งกำไรรายตัว ชู COM7-GUNKUL เด่น
สุเชษฐ์ สุขแท้ ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวในกรอบ แนะนักลงทุนเน้นเก็งกำไรหุ้นรายตัวตามปัจจัยเฉพาะและจังหวะเทคนิค โดยมอง COM7-CPALL น่าสนใจสำหรับการเล่นรีบาวด์ ขณะที่ GUNKUL เหมาะสำหรับการเก็งกำไร
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ว่าแม้จะมีข่าวเกี่ยวกับการส่งสัญญาณยุติสงครามอิหร่านออกมาในช่วงเช้า แต่ตลาดทุนต่างประเทศยังไม่ได้ตอบรับเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ
สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับประเด็นดังกล่าวมากนัก เนื่องจากยังขาดความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการของสถานการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 106.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 102.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับกระแสข่าวดังกล่าว แต่ราคาทองคำยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ สะท้อนภาวะระมัดระวังความเสี่ยงของนักลงทุนในตลาดการเงินโลกอยู่ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียยังเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยบางตลาดปรับขึ้น ขณะที่หลายตลาดยังอยู่ในแดนลบ ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,430-1,440 จุด และแนวต้านที่ 1,450-1,460 จุด โดยมองว่าตลาดยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัวตามปัจจัยภายนอกเป็นหลัก นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังและเลือกลงทุนเป็นรายตัวมากกว่าการไล่ซื้อทั้งกระดาน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น นายสุเชษฐ์แนะนำให้นักลงทุนเลือกเก็งกำไรหุ้นเป็นรายตัวตามปัจจัยเฉพาะและจังหวะทางเทคนิค โดยมองว่า บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เหมาะสำหรับการเก็งกำไร ขณะที่บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เหมาะกับการเล่นรีบาวด์ ส่วนบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เหมาะสำหรับการเล่นเป็นรอบตามกระแสข่าว ขณะที่บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ยังต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากตลาด จากปัจจัยด้านอุปทานสินค้าปิโตรเคมีบางประเภทที่ยังอยู่ในภาวะตึงตัว อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลายลง อาจเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้นกลับเข้ามาได้เช่นกัน
นายสุเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะความคืบหน้าด้านการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้ในระยะสั้น และมีโอกาสผลักดันดัชนีขึ้นไปทดสอบระดับ 1,450-1,460 จุด หรืออาจสูงกว่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หากดัชนีปรับตัวขึ้นแรง แนะให้นักลงทุนทยอยแบ่งขายทำกำไร เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศยังมีอยู่มาก และอาจกดดันเศรษฐกิจรวมถึงทิศทางตลาดทุนในระยะถัดไปได้
ขณะเดียวกันยังต้องระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว และอาจเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ