PSL บวกต่อ 2% รับแผนปรับกองเรือ-ค่าระวางฟื้น โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 7.50 บาท

PSL วิ่งแรงบวกต่อ 2% โบรกงเชียร์ "ซื้อ" เป้า 7.50 บาท หลังมองข้ามช็อตไตรมาส 2/69 ค่าระวางเรือส่งสัญญาณฟื้นตัวแรง พร้อมรับอานิสงส์แผนปรับปรุงกองเรือใหม่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ณ เวลา 10:25 น. อยู่ที่ระดับ 7 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 2.19% ราคาสูงสุด 7.05 บาท ราคาต่ำสุด 6.95 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30.66 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า PSL อยู่ในช่วงปรับปรุงกองเรือในช่วงปี 2567-2569 โดยทยอยขายเรือเก่าที่ใช้เครื่องยนต์ซึ่งไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเข้าซื้อเรือใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ในปี 2569 บริษัทได้รับมอบเรือต่อใหม่ประเภท Ultramax จำนวน 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมัน (Tanker) จำนวน 1 ลำ พร้อมขายเรือเก่าออก 2 ลำ ส่งผลให้ปัจจุบันมีกองเรือรวม 41 ลำ ขณะเดียวกันบริษัทยังสั่งต่อเรือ Ultramax เพิ่มอีก 4 ลำ ซึ่งมีกำหนดส่งมอบตั้งแต่ปี 2569 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2570 ทำให้จำนวนกองเรือจะเพิ่มเป็น 45 ลำ

ฝ่ายวิจัยมองว่าแผนดังกล่าวจะช่วยลดอายุเฉลี่ยของกองเรือ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 12 ปี เพิ่มขนาดการบรรทุก จากปัจจุบันที่มีกำลังบรรทุกรวม 1.9 ล้านเดทเวทตัน (DWT) หรือเฉลี่ย 46,607 เดทเวทตันต่อเรือ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว

อย่างไรก็ดี ค่าระวางเรือในไตรมาส 1/2569 ยังอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วง Low Season โดยดัชนี Baltic Handysize Index (BHSI) และ Baltic Supramax Index (BSI) ปรับลดลง 16.3% และ 15.6% จากไตรมาสก่อนตามลำดับ แต่ยังเพิ่มขึ้น 37.2% และ 40.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากฐานในไตรมาส 1/2568 อยู่ในระดับต่ำมากจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

นอกจากนี้ ค่าระวางเรือขนาด Supramax และ Handysize ณ สิ้นเดือนมีนาคมยังปรับลดลงจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ราว 9-10% เนื่องจากตะวันออกกลางไม่ใช่ตลาดหลักของเรือเทกอง โดยค่าเฉลี่ยดัชนี BHSI ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 690 จุด คิดเป็นค่าเช่าเรือ Handysize เฉลี่ยของอุตสาหกรรมราว 12,382 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ขณะที่ดัชนี BSI เฉลี่ยอยู่ที่ 1,150 จุด คิดเป็นค่าเช่าเรือ Supramax เฉลี่ยราว 12,501 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรือของ PSL มีขนาดเล็กกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมราว 15% ฝ่ายวิจัยจึงคาดว่าค่าระวางเรือเฉลี่ยของ PSL จะอยู่ที่ 11,898 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ลดลง 16.8% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 37.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 134 ล้านบาท ลดลง 64.1% จากไตรมาสก่อน แต่ฟื้นตัวจากที่ขาดทุนปกติ 138.8 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมองว่าค่าใช้จ่ายในการเดินเรือไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งจำนวนเรือที่เข้าซ่อมบำรุงใหญ่ (Drydock) ในปีนี้ลดลงมาก เหลือ 11 ลำ จาก 22 ลำในปี 2568 มีเพียงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการกู้เงินเพื่อใช้ซื้อเรือใหม่

ขณะที่แนวโน้มค่าระวางเรือเทกองในไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเฉพาะเรือขนาดกลางขึ้นไป สะท้อนจากดัชนี BSI ณ วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 1,344 จุด เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นเดือนมีนาคม ส่วนดัชนี BHSI ทรงตัว

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าค่าระวางเรือมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อในไตรมาส 2/2569 ทั้งจากปัจจัยฤดูกาลและผลของสงครามที่ทำให้ Supply เรือบางส่วนหายไปจากการติดค้างกลางทะเล รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่ความแออัดของท่าเรืออาจทำให้ Supply ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติได้ทันที

อย่างไรก็ดี ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า Upside ของค่าระวางเรือยังมีจำกัด และไม่น่าปรับขึ้นไปสูงกว่าช่วงวิกฤติกบฏฮูตีโจมตีเรือสินค้าในปี 2567 เนื่องจากผลกระทบของสงครามยังฉุดเศรษฐกิจและการค้าโลกให้ชะลอตัว

ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 1/2569 คิดเป็นราว 20% ของประมาณการทั้งปี ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลประกอบการและยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 7.50 บาท อิงระดับ P/BV ปี 2569 ที่ 0.7 เท่า

Back to top button