
THAI 9 ปีที่รอคอย! หวนคืนสู่บัลลังก์ SET50 อีกครั้ง ตลท.ประกาศผล 19 มิ.ย.69
จับตา THAI คัมแบ็ก! โบรกฯ ชี้มีโอกาสหวนคืนดัชนี SET50 ครึ่งหลังปี 69 ย้อนรอยจากอดีตสมาชิกปีช่วงแรกปี 60 ก่อนหลุดโผ และทะยานกลับมาสู่บทพิสูจน์ความสำเร็จครั้งใหญ่หลังเสร็จสิ้นกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตรียมพิจารณาทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะใช้คำนวณดัชนี SET50 และ SET100 สำหรับรอบครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสถูกคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนีหลัก อันมักส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุน และมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินลงทุนของกองทุนที่อ้างอิงดัชนี (Passive Fund) ก่อนมีผลบังคับใช้จริง
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินแนวโน้มการปรับรายชื่อหุ้นเข้า–ออกดัชนี SET50 และ SET100 ในรอบดังกล่าว โดยระบุว่า หุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ซึ่งประเมินว่ามีโอกาสเข้ารอบในระดับสูง ขณะเดียวกันยังมีหุ้นอย่าง บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG และบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ที่อยู่ในกลุ่มลุ้นเข้าคำนวณเพิ่มเติม
ทั้งนี้ BCP ถูกจับตาในฐานะตัวแทนกลุ่มพลังงานที่มีศักยภาพในการปรับเข้าสู่ดัชนี SET50 รอบใหม่ โดยนักวิเคราะห์มองว่าประเด็นดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นในมุมมองนักลงทุนสถาบัน รวมถึงนักลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังให้ความสำคัญกับหุ้นพื้นฐานที่มีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการปรับพอร์ตตามดัชนี
ขณะเดียวกัน THAI ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในรอบนี้ เนื่องจากมีโอกาสเข้าคำนวณทั้งในดัชนี SET50 และ SET100 สะท้อนภาพการกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง หลังผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการและเริ่มกลับมามีบทบาทในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับดัชนี SET100 ฝ่ายวิจัยประเมินว่าหุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณประกอบด้วย THAI, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM, บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และ MRDIYT โดยเฉพาะ WHAUP, THCOM และ PSL ถือเป็นกลุ่มที่น่าจับตาเพิ่มเติม เนื่องจากการเข้าคำนวณในดัชนี SET100 อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องและยกระดับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวยังเป็นเพียงมุมมองของฝ่ายวิจัย และยังไม่ใช่รายชื่ออย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนจึงควรติดตามประกาศการปรับรายชื่อขั้นสุดท้ายอย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการ และความเสี่ยงของแต่ละบริษัทประกอบการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากแรงเก็งกำไรจากประเด็นการเข้า–ออกดัชนีมักเกิดขึ้นในระยะสั้น
ด้านความเคลื่อนไหวของหุ้นการบินไทยนั้น หลังห่างหายจากการซื้อขายไปนานกว่า 4 ปี หุ้น THAI กลับมาเปิดซื้อขายอีกครั้งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 สร้างความสนใจอย่างกว้างขวางจากทั้งเจ้าหนี้ นักลงทุนที่ใช้สิทธิแปลงหนี้เป็นทุน รวมถึงนักลงทุนทั่วไป
การบินไทยเคยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลายในช่วงปี 2563–2568 ท่ามกลางวิกฤตหนัก โดยในปี 2563 บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึงประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มีหนี้สินรวมกว่า 4 แสนล้านบาท และมีเจ้าหนี้มากกว่า 13,000 ราย ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
ต่อมา บริษัทได้ดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเข้มข้น ภายใต้การบริหารของคณะผู้ทำแผน นำโดยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ลดจำนวนพนักงานจากราว 35,000 คน เหลือประมาณ 22,800 คน พร้อมดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุนและเพิ่มทุน รวมถึงการปรับโครงสร้างทางการเงินหลายด้าน
ภายหลังการดำเนินแผนฟื้นฟู บริษัทเริ่มกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องในช่วงปี 2566–2568 และสามารถลดระดับหนี้สินลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น THAI หลังกลับเข้าซื้อขายในตลาดได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในช่วงไม่กี่วันแรกของการกลับมาเทรด
ทั้งนี้ หากย้อนข้อมูลในอดีตพบว่า THAI เคยถูกคำนวณอยู่ในดัชนี SET50 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2560 ก่อนจะหลุดออกจากดัชนีในช่วงถัดมา และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในเวลาต่อมาอย่างเต็มรูปแบบ

