
HANA บวก 3% โบรกเชียร์ “ซื้อ” รับอานิสงส์ลูกค้า AI-ดีมานด์ IC หนุน
HANA บวก 3% หลังโบรกมองแนวโน้มฟื้นตัวปี 2569–2571 รับอานิสงส์ลูกค้า AI-ดีมานด์ IC หนุน คงคำแนะนำ “ซื้อ”คาดกำไรโตเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ณ เวลา 10:06 น. อยู่ที่ระดับ 30.50 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 3.39% สูงสุดที่ระดับ 30.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 314.37 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยรวม 21 ราย เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารของ Hana Microelectronics ในงาน Maybank Invest Thailand 2026 โดยภาพรวมเป็นไปในเชิงบวก
ทั้งนี้ Hana Microelectronics มีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อการฟื้นตัวในช่วงปี 2569–2571 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากลูกค้า AI รายใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในธุรกิจ PMS และอุปสงค์ IC ที่เริ่มฟื้นตัว แม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะใกล้เคียงราคาเป้าหมาย แต่ยังมีโอกาสอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย จากความต้องการ RFID และ TEC ของ Phononic ที่อาจสูงกว่าคาด รวมถึงผลขาดทุนของ PMS ที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาด โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคาดกำไรหลักเติบโต 69% และ 43% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ
สำหรับธุรกิจ AI ใหม่ร่วมกับ Phononic คาดว่ากระบวนการรับรองคุณภาพจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2569 และพร้อมเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 โดยบริษัทตั้งงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 1.9 พันล้านบาท (จาก 626 ล้านบาทในปี 2568) ซึ่งราว 30–40% ใช้สำหรับอุปกรณ์ของ Phononic และยังมีที่ดินรองรับการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม ปัจจุบันคาดว่า Phononic จะมีสัดส่วนรายได้ราว 4% ในปี 2570 และหากมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2571 อาจสร้างอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายราว 9%
ในส่วนของธุรกิจ PMS บริษัทมีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยจะเริ่มให้บริการ Si foundry แก่ลูกค้าเกาหลีในไตรมาส 3/2569 ขณะเดียวกัน พันธมิตร foundry รายใหม่ในประเทศจีนจะช่วยลดต้นทุนคงที่และต้นทุนวัตถุดิบ โดยผู้บริหารตั้งเป้าบรรลุจุดคุ้มทุนเงินสด (cash breakeven) ภายในปี 2569–2570 ขณะที่คาดว่า PMS Korea จะทยอยลดผลขาดทุนและถึงจุดคุ้มทุนในปี 2572 อย่างไรก็ตาม หากสามารถทำได้เร็วกว่าคาด จะสร้างอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายราว 18%
ด้านแนวโน้มธุรกิจ IC คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2–3/2569 จากการกลับมาสต็อกสินค้า (restocking) ของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ธุรกิจ EMS (ไม่รวม Phononic) คาดว่าจะทรงตัวในปี 2569 โดยประเมินว่ายอดขาย EMS จะเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และธุรกิจ IC จะหดตัว 6% จากการสูญเสียลูกค้าบางรายและอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอในโรงงาน Jiaxing ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาดีลขนาดใหญ่กับลูกค้าเดิม ซึ่งยังไม่ได้รวมในประมาณการ และอาจเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมในระยะถัดไป

