หุ้นโรงแรมวิ่งคึก! ERW นำทีมพุ่ง 4% รับต่างชาติเที่ยวไทยสัปดาห์ล่าสุดโต 12%

“หุ้นกลุ่มโรงแรม” ปรับตัวคึกคัก นำโดย ERW บวกกว่า 4% ขานรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุด( 27 เม.ย.-3 พ.ค.) โต 12% แตะ 6.01 แสนคน รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น-จีนฟื้นตัวเด่น พร้อมชูหุ้นรับอานิสงส์ ERW, CENTEL, MINT และ SHR


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(6 พ.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมวิ่งคึกนำโดย บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ณ เวลา 14.21น. อยู่ที่ระดับ 2.44 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 4.27%  ราคาต่ำสุด 2.36 บาท ราคาสูงสุด 2.36 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 50.40 ล้านบาท

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ณ เวลา 14.25 น. อยู่ที่ระดับ 1.60 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 2.56% ราคาต่ำสุด 1.57 บาท ราคาสูงสุด 1.62 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.96 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 14.26 น. อยู่ที่ระดับ 20.40 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.49% ราคาต่ำสุด 20.20 บาท ราคาสูงสุด  20.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 573.60 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราห์วันนี้(6 พ.ค.69) ว่า นักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ผ่านมาล่าสุด (27 เม.ย.-3 พ.ค.) อยู่ที่ 601,610 คน เฉลี่ย 8.59 หมื่นคน/วัน (โต 12% เทียบสัปดาห์ที่ผ่านมา และลดลง 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)  เติบโตเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า จากวันหยุดต่อเนื่อง (วันแรงงาน) ในหลายประเทศ แต่ลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม Non-Chinese จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบจำนวนเที่ยวบินและต้นทุนการเดินทาง

นักท่องเที่ยวกลุ่ม Non-Chinese เติบโต 8% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ยังลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นเฉลี่ย 6.67 หมื่นคน/วัน

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง 31% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำ เป็น 134,757 คน เฉลี่ย 1.93 หมื่นคน/วัน (คิดเป็น 22% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 19%)

ส่งผลให้ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยว ได้แก่ จีน (โต 31% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ,โต 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ) มาเลเซีย (โต 26% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, โต 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) อินเดีย (+4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, ลดลง 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ญี่ปุ่น ( โต 105% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) และรัสเซีย (ลดลง 2% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, ลดลล 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)

ข้อมูลเดือน เม.ย. 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 2.37 ล้านคน (ลดลง 15% เทียบเดือนก่อนหน้า ,ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปลดลง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน(พ.ค. MTD: ลดลง 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลง 57% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน(พ.ค. MTD: ลดลง 37% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สะท้อนผลกระทบจากเหตุความไม่สงบลดน้อยลง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ลดลง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ ส่วนเอเชียเหนือยังเติบโตแข็งแกร่ง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าหลังผ่านพ้นช่วงวัดหยุดต่อเนื่อง และลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากผลของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กระทบกลุ่ม Non-Chinese ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตเป็นแรงหนุนหลัก

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 1 ม.ค.–3 พ.ค. มีทั้งสิ้น 11.97 ล้านคน ( ลดลง 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สร้างรายได้ให้ประเทศ 5.84 แสนล้านบาท ประเมินว่าประมาณการทั้งปี 2569 ที่ 35.0 ล้านคน (โต 6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) มีความเสี่ยงด้าน downside จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2569 อยู่ในช่วง 32.8 – 34.1 ล้านคน (-1% ถึง +3% y-y)

บล.ดาโอ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้( 6 พ.ค.69) ว่า มองเป็นกลางจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมที่ฟื้นได้ดีตามคาดเพราะเป็นช่วงวันหยุดแรงงาน โดยมีนักท่องเที่ยว Short haul ปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตได้โดดเด่นถึง 105% เทียบสัปดาห์ก่อน ขึ้นมาแตะอันดับ 4 จากเดิมอันดับ 8จากช่วง Golden week (29 เม.ย.-6 พ.ค.) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจีนเติบโตได้ถึง +32% เทียบสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้หากคิดแค่นักท่องเที่ยวรวมแบบหักนักท่องเที่ยวมาเลเซียออกจะก็ยังคงเห็นการเติบโตได้ที่ +10% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ด้านนักท่องเที่ยวรัสเซียมีการชะลอตัวที่มากขึ้นโดยลดทั้ง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะผลจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงและการเดินทางที่ยากมากขึ้นหลังจากมีสถานการณ์ตะวันออกกลาง

โดยสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมจะลดลงเทียบสัปดาห์ก่อนหน้าเพราะผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว ด้านนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นมาที่ระดับสูงที่เหนือ 1 แสนคนต่อสัปดาห์อีกครั้ง นอกจากนี้หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง โต 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ โต 35% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นการฟื้นตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน พ.ค.69 เพราะฐานต่ำจากปีก่อนประกอบกับจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอล-อิหร่านที่ยังคงกดดันอยู่ เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางสัปดาห์นี้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ โต 19% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า จากเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาบินได้มากขึ้น

ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดี โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2569ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2569 จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลงลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง 34% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยราคาหุ้นของกลุ่มท่องเที่ยวที่ลงมากว่า 30% หลังจากการเกิดสงครามน่าจะรับรู้ข่าวร้ายไปแล้ว

ขณะที่จากการอัพเดทกับ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) ยังคงมียอด On the book ในไตรมาส 2/69 ที่ RevPAR ยังเติบโตได้ดีที่ +2-3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำในปีก่อน

ส่วน CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) มียอด On the book ในไตรมาส 2/69 มี RevPAR ที่รวมดูไบลดลง 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมดูไบ RevPAR จะยังทรงตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน SSSG เริ่มหดตัวในเดือน เม.ย.69 ที่ลดลง 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

Back to top button