
“ชัยยศ” มอง SET รับ 1,530 จุด เอาอยู่ ชี้ MSCI ต่อเวลาอินโดฯ หนุนโฟลว์ไทย ชู GULF-BH เด่น
“ชัยยศ จิวางกูร” บล.กรุงศรี มอง SET ร่วงแรงวานนี้สะท้อนแรงขายหุ้นเทคฯ ไปแล้วบางส่วน คาดแนวรับ 1,530 จุดยังเอาอยู่ พร้อมชี้ MSCI ต่อเวลาทบทวนอินโดฯ หนุน Fund Flow ไทยระยะกลาง แนะลงทุน GULF-BH เด่น รับงบไตรมาส 2/69 โต
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (24 มิ.ย. 2569) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงกว่า 30 จุดเมื่อวานนี้ หลัก ๆ มาจากแรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังตลาดหุ้นต่างประเทศที่อิงหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะแรงกดดันต่อ DELTA ซึ่งมีน้ำหนักต่อดัชนีค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ KSS มองว่าการปรับฐานดังกล่าวสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นไปแล้วระดับหนึ่ง แม้อาจยังมีแรงขายตามน้ำเข้ามาบ้าง แต่ประเมินว่าแนวรับบริเวณ 1,530 จุดน่าจะยังรองรับได้
สำหรับประเด็น MSCI ขยายเวลาทบทวนสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน นายชัยยศระบุว่า ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ถือว่า “ผิดหวัง” เนื่องจากอินโดนีเซียยังอยู่ระหว่างถูกติดตามเงื่อนไขด้านการปฏิรูปตลาดและ Free Float ทำให้ยังเป็น Overhang ต่อ Fund Flow ที่จะไหลเข้าอินโดนีเซียในช่วง 5-6 เดือนข้างหน้า
ดังนั้น หากมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค ตลาดหุ้นไทยและฟิลิปปินส์ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์บางส่วน ขณะที่หากท้ายที่สุดอินโดนีเซียถูกลดน้ำหนักจริง เม็ดเงินบางส่วนอาจโยกเข้าตลาดหุ้นไทยเพื่อช่วยชดเชยแรงขายจากปัจจัยดอกเบี้ยสหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ตาม KSS มองว่าทิศทาง Fund Flow ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเด็นเฟดเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจและโครงการลงทุนใหม่ในประเทศ โดยเฉพาะ Data Center อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงนโยบาย Thailand Fast Pass และโครงการลงทุนภาครัฐ ซึ่งหากเดินหน้าได้จริง จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาได้
ด้านค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นายชัยยศมองว่าเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น เนื่องจากอาจเร่งให้เกิดแรงขายทำกำไรหรือการลดความเสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี KSS ยังไม่ได้ประเมินว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงตามที่ตลาดบางส่วนกังวล เนื่องจากต้นทุนสำคัญอย่างราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งอาจช่วยชะลอแรงกดดันเงินเฟ้อได้
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน KSS แนะนำเลือกลงทุนรายกลุ่ม โดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโต และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาเป้าหมาย 74 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และความกังวลจากประเด็นบิ๊กล็อตเริ่มคลี่คลายลง
อีกหนึ่งหุ้นเด่นคือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ราคาเป้าหมาย 210 บาท โดยคาดว่าจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย หนุนผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มขึ้น หลังผ่านช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรในไตรมาส 2/2569
แท็กแบบ #
#KSS #กรุงศรี #SET #SETIndex #ตลาดหุ้นไทย #MSCI #อินโดนีเซีย #FundFlow #เงินบาทอ่อนค่า #GULF #BH #หุ้นเด่น #ข่าวหุ้นเจาะตลาด
แท็กแบบคั่นด้วยจุลภาค
KSS, กรุงศรี, SET, SET Index, ตลาดหุ้นไทย, MSCI, อินโดนีเซีย, Fund Flow, เงินบาทอ่อนค่า, GULF, BH, หุ้นเด่น, ข่าวหุ้นเจาะตลาด

