
JMT บวกต่อ 5% กรุงศรีแนะ “ซื้อ” เป้า 13 บาท มองครึ่งหลังปี 69 กำไรฟื้น-สำรอง ECL ลด
JMT บวกต่อ 5% หลัง บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 13 บาท มองแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2571 ฟื้นตัวต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากประสิทธิภาพจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น และแนวโน้มลดการตั้งสำรอง ECL ในระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 พ.ค. 69) ราคาหุ้น บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 11.10 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.72% สูงสุดที่ระดับ 11.30 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 146.60 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ JMT ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2571 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความสามารถในการจัดเก็บหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ยราว 20% ต่อปี ซึ่งจะช่วยให้การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) มีแนวโน้มทยอยลดลงในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อหนี้ที่เพิ่มขึ้น ยังเปิดโอกาสต่อการเติบโตของกระแสเงินสดรับในระยะยาว โดยตามปกติ JMT จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน หลังการซื้อหนี้เสียในการติดตามและเจรจากับลูกหนี้ ก่อนเริ่มรับรู้เงินสดจากการจัดเก็บจริง
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะทรงตัวทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการตั้ง ECL อย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากการรับรู้ประโยชน์ของการเร่งซื้อหนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน JMT มีพอร์ตหนี้ที่ยังสามารถจัดเก็บได้ราว 580,000 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ไม่มีหลักประกันสะสมประมาณ 150,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ Fully Amortize และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในระยะถัดไป รวมถึงแนวโน้มการทยอยลดการตั้ง ECL ตามนโยบายของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น JMT โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 13 บาทต่อหุ้น อิงค่า PBV ปี 2569 ที่ระดับ 0.7 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาวของกลุ่ม พร้อมประเมินว่ากำไรในช่วงปี 2569-2570 จะฟื้นตัวเฉลี่ย 6% สะท้อนภาพธุรกิจและผลประกอบการที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ระดับ PBV ปัจจุบันยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)


