
TOP-IRPC บวกแรง! รับข่าว ADNOC เล็งร่วมลงทุนโรงกลั่นเครือปตท. หนุนวัตถุดิบ
TOP-IRPC บวกต่อ รับแรงเก็งกำไรข่าว ADNOC เจรจาถือหุ้นโรงกลั่นเครือ PTT ด้านโบรกมองบวกระยะยาว ช่วยเพิ่มศักยภาพจัดหาน้ำมันดิบต้นทุนต่ำ-ขยายตลาดส่งออก พร้อมหนุน CFP และเพิ่มความได้เปรียบด้านวัตถุดิบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 10:27 น. อยู่ที่ระดับ 66.50 บาท บวก 2.50 บาท หรือ 3.91% ราคาสูงสุด 67.25 บาท ราคาต่ำสุด 66.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,120.07 ล้านบาท
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC อยู่ที่ระดับ 3.14 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 4.67% ราคาสูงสุด 3.22 บาท ราคาต่ำสุด 3.04 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 676.59 ล้านบาท
รายงานอ้างอิงจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของรัฐอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าลงทุนในกิจการโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในประเทศไทยและทวีปแอฟริกา เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีลูกค้ารับซื้อน้ำมันดิบของบริษัท พร้อมขยายธุรกิจการค้าเชื้อเพลิง
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ประเด็นสำคัญของการเจรจาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าถือหุ้น เนื่องจากข้อตกลงอาจครอบคลุมสัญญาจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่น พร้อมเปิดทางให้ ADNOC นำผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่นไปจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายอื่น
สำหรับปัจจัยที่ทำให้โรงกลั่นในประเทศไทยได้รับความสนใจ คือ ความสามารถในการรองรับน้ำมันดิบชนิดหนัก ซึ่งมีความเหมาะสมกับน้ำมันดิบจากแหล่งสัมปทานนอกชายฝั่งของอาบูดาบี ขณะเดียวกัน ธุรกิจการค้าของ ADNOC ยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากประเทศอื่น เช่น อิรัก เพื่อส่งมอบให้แก่โรงกลั่นในประเทศไทยได้อีกด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ของ ADNOC ที่ต้องการสร้างฐานธุรกิจโรงกลั่นในต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดรองรับน้ำมันดิบและต่อยอดธุรกิจการค้า ตลอดจนกระจายฐานปฏิบัติการออกไปนอกอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม การเจรจายังอยู่ในขั้นต้นและไม่มีข้อสรุป ขณะที่ ADNOC และ PTT ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว นักลงทุนจึงยังต้องติดตามความชัดเจนของรายละเอียดและเงื่อนไขของข้อตกลงต่อไป
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อความคืบหน้าในการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ให้แก่บริษัทในเครือ PTT ภายใต้โครงการ Genesis หากท้ายที่สุดสามารถบรรลุข้อตกลงกับ ADNOC ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลกและตะวันออกกลางได้
ทั้งนี้ การมี ADNOC เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งที่มีต้นทุนต่ำ พร้อมเปิดโอกาสขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังตลาดนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของ PTT ที่ต้องการขยายธุรกิจการค้า
สำหรับผลประโยชน์รายบริษัท คาดว่า TOP จะมีแหล่งน้ำมันดิบรองรับโครงการพลังงานสะอาด หรือ Clean Fuel Project (CFP) ที่มั่นคงขึ้น ขณะที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ IRPC อาจเพิ่มความได้เปรียบด้านการจัดหาวัตถุดิบในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลข่าวและการสอบถามกลุ่ม PTT ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า ADNOC สนใจเข้าลงทุนภายใต้โครงการ Genesis ในบริษัทใด ระหว่าง TOP, PTTGC และ IRPC รวมถึงยังไม่ทราบสัดส่วนการลงทุน ตลอดจนความคืบหน้าการเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายอื่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุเพิ่มเติมว่า ในระยะสั้นอาจมีปัจจัยกดดันจากความกังวลเรื่องการเพิ่มทุนของบริษัทในเครือ PTT ทั้ง TOP, PTTGC และ IRPC อย่างไรก็ตาม หากความกังวลดังกล่าวกดดันราคาหุ้น มองว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อ
หากการเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์บรรลุข้อสรุปตามแผนเดิมของโครงการ Genesis บริษัทลูกอาจเพิ่มทุนให้แก่พันธมิตรรายใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้สัดส่วนการลงทุนของ PTT ถูกลดทอนจนสูญเสียอำนาจควบคุม แม้จะมีโอกาสเกิดผลกระทบจากการลดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิม แต่ประโยชน์ระยะยาวจากการได้พันธมิตรรายใหญ่เข้ามาร่วมลงทุน ขณะที่ฐานะการเงินและแนวโน้มธุรกิจของบริษัทลูกเริ่มฟื้นตัว น่าจะมีนัยสำคัญมากกว่า อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทมีอำนาจต่อรองสูงกว่าช่วงปี 2568

