
GULF-GPSC-GUNKUL บวก รับ PDP2026 เปิดลงทุนรอบใหม่ รองรับดีมานด์ EV-ดาต้าเซ็นเตอร์
GULF-GPSC-GUNKUL ปรับตัวขึ้น รับผลบวกร่าง PDP2026 เปิดโอกาสลงทุนกำลังผลิตไฟฟ้ารอบใหม่ รองรับดีมานด์ EV และ Data Center ด้านโบรกชู GULF-GPSC หุ้นเด่น จากฐานทุนแข็งแกร่งและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ย.69) ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ณ เวลา 11:01 น. อยู่ที่ระดับ 63.00 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 0.80% ราคาสูงสุด 63.00 บาท ราคาต่ำสุด 62.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2,255.92 ล้านบาท
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC อยู่ที่ระดับ 50.75 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.00% ราคาสูงสุด 51.25 บาท ราคาต่ำสุด 50.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 281.00 ล้านบาท
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL อยู่ที่ระดับ 5.15 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 0.98% ราคาสูงสุด 5.20 บาท ราคาต่ำสุด 5.05 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 183.88 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่าง PDP2026 เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่า แผนดังกล่าวจะเปิดวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ให้แก่กลุ่มสาธารณูปโภคของไทย เนื่องจากกำหนดให้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่จำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเติบโตในเชิงโครงสร้างจาก EV และ Data Center
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นกลางต่อผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ โดยปัจจัยบวกสำคัญคือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างพิจารณาต่ออายุโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ IPP ในช่วง 5 ปีแรกของแผน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนกังหันก๊าซ หรือ Gas Turbine
ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 2 แห่งที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า Glow IPP ของ GPSC ขนาดกำลังการผลิต 677 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าราชบุรี หรือ RG ของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ขนาดกำลังการผลิต 3,645 เมกะวัตต์
แม้ บล.กรุงศรีจะรวมประโยชน์จากการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าดังกล่าวไว้ในประมาณการแล้ว แต่ประเมินว่า ราคาหุ้นในตลาดยังสะท้อนมูลค่าของปัจจัยบวกดังกล่าวไม่มากนัก จึงยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อ GPSC และ RATCH
ส่วนปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือ นโยบายการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA แม้กรอบกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 2,000 เมกะวัตต์ แต่รายละเอียดด้านกฎระเบียบยังขาดความชัดเจน
ดังนั้น นักลงทุนยังต้องติดตามประกาศจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทั้งหลักเกณฑ์การเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Third Party Access (TPA) และอัตราค่าบริการใช้ระบบส่งไฟฟ้า หรือ Wheeling Charge ต่อไป
สำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS ที่บรรจุไว้ในร่าง PDP2026 จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Grid-Scale โดยไม่ได้ผูกติดกับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
บล.กรุงศรีคาดว่า โครงการ BESS มีแนวโน้มใช้รูปแบบเปิดให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน ก่อนเรียกเก็บค่าบริการตามสัญญากับภาครัฐ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ภายใต้ร่าง PDP2026 ยังไม่ถูกรวมไว้ในประมาณการกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้า จึงถือเป็นโอกาสเพิ่มต่อประมาณการในอนาคต โดยผู้ประกอบการที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันจะต้องมีฐานทุนและความสามารถในการก่อหนี้เพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ มีความพร้อมด้านที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งระบบสายส่งและท่อก๊าซ รวมถึงมีประสบการณ์ได้รับคัดเลือกโครงการในอดีต
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า และเลือก GULF เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีสถานะทางธุรกิจแข็งแกร่งและครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม พลังงานหมุนเวียน และ Data Center
ด้าน บล.กรุงศรีคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมเลือก GULF และ GPSC เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีฐานทุนแข็งแกร่งและมีความพร้อมด้านที่ดิน ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบในการเข้าร่วมประมูลกำลังการผลิตใหม่ภายใต้ PDP2026 โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 77 บาท และ “ซื้อ” GPSC ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 61 บาท

