เงินปันผล 1.3 แสนล.ลูบคมตลาดทุน

วานนี้มูลค่าการซื้อขายลดลงมาเหลือ 4.60 หมื่นล้านบาท


ธนะชัย ณ นคร

 

วานนี้มูลค่าการซื้อขายลดลงมาเหลือ 4.60 หมื่นล้านบาท

หายไปเยอะนะ หากเทียบกับช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้านี้ที่วอลุ่มนั้นขึ้นไปถึงหลัก 6-7 หมื่นล้านบาทต่อวัน

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย และนับจากต้นปีมาถึงวานนี้(22 ส.ค.) ก็ซื้อแล้วรวมกันกว่า 1.08 แสนล้านบาท

มูลค่าการซื้อขายที่หดหายมาจากหลายปัจจัย หลายข่าว

เช่น ข่าวลือ(อีกแล้ว) รวมถึงเฟดเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้

ประเด็นหลังนี้ นักลงทุนจึงยังคงจดๆ จ้องๆ  ทำยังไงดี เพราะหุ้นที่มีอยู่ในมือ หากจะขายก็เกรงเสียของขายหมู

หรือหากจะซื้อเพิ่มก็ไม่แน่ใจว่า หากเฟดบ้าจี้ ขึ้นดอกเบี้ยมาจริง ตลาดหุ้นก็น่าจะกระทบพอสมควร

ขณะที่ปัจจัยทางด้านบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. ที่ได้แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/59 กันออกมาครบแล้ว หรือหมดเทศกาลเก็งกำไร บจ.กำไรโดดเด่น

ก็เลยหาประเด็น หาสตอรี่ใหม่ๆ เข้ามาไม่ได้

ส่วนช่วงนี้ มีเพียงเรื่องจับตาหุ้นที่จะขึ้น XD เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล

แต่ก็อย่างว่าล่ะ การจะไล่หุ้นที่จะขึ้น XD หากนักลงทุนรายใด เก๋าๆ หน่อย ก็จะเข้ามาซื้อก่อนล่วงหน้า 1 เดือนแล้ว แต่ก็ต้อง ทำการบ้านมามากๆ หน่อย ว่าหุ้นตัวไหน จะจ่ายปันผลระหว่างกาลบ้าง และน่าจะจ่ายเท่าไหร่

ราคาหุ้นช่วงไหนเหมาะสม

นั่นเพราะหากซื้อหุ้นเก็งกำไรเงินปันผล คำนวณ Dividend Yield ออกมาแล้ว ก็ต้อง สวยๆ หน่อย

ดังนั้น จะเห็นว่า หุ้นที่ขึ้น XD ราคาจะร่วงก่อนขึ้น(XD) 2-3 วัน

ไม่ได้ไปไล่กันวันสุดท้ายแล้วล่ะ

ในปี 2558 ช่วงไตรมาส 2 ผลประกอบการของ บจ.ออกมาไม่ดีนัก หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท

แต่ในปีนั้น บจ.มีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท

ยิ่งไปกว่านั้น หากดูจากสถิติก่อนหน้านี้ หรือย้อนหลังไปซัก 2- 3 ปี ก็จะพบว่า มี บจ.ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลประมาณ 140–150 แห่งครับ

หากคิดเป็นเงินก็ตกราวๆ  1.2–1.3 แสนล้านบาท

ส่วนแนวโน้มเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2559 ก็น่าจะอยู่ระหว่าง 1.3 แสนล้านบาท บวก/ลบ จากตัวเลขนี้ เล็กน้อย

เข้าใจว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ น่าจะมีการประกาศตัวเลขเป็นทางการไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้ หลังจากแจ้งตัวเลขผลประกอบการของ บจ.ทั้งใน SET และ mai ออกมาแล้ว

ในปีก่อนหน้านั้น หุ้น ADVANC INTUCH และ SCC ต่างจ่ายเงินปันผลมากสุดเป็น 4 อันดับแรก

แนวโน้มในปีนี้นั้น น่าจะแตกต่างจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย เพราะอันดับ 1 ยังคงเป็นหุ้น ADVANC จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 5.79 บาท คิดเป็นเงิน 17,214 ล้านบาท

กำหนดขึ้น XD เมื่อ15 ส.ค.ที่ผ่านมา และจะจ่ายเงินในวันที่ 1 ก.ย.นี้

อันดับถัดมา คือ PTT หรือ ปตท. จ่ายเงินปันผล 6.00 บาท ต่อหุ้น คิดเป็นเงิน 17,138 ล้านบาท ขึ้น XD วันที่ 31 ส.ค.นี้ และจ่ายเงินวันที่ 16 ก.ย.59

หุ้น SCC หรือ ปูนซิเมนต์ไทย จ่ายเงินปันผล 8.50 บาท ต่อหุ้น

คิดเป็นเงิน 10,200 ล้านบาท และขึ้น XD ไปแล้วตั้งแต่ 8 ส.ค. และจะจ่ายเงินในวันที่ 25 ส.ค.นี้แล้วล่ะ

ส่วนหุ้น INTUCH จ่ายปันผลหุ้นละ 2.13 บาท คิดเป็นเงิน 6,830 ล้านบาท ขึ้น XD ไปแล้วเมื่อวานนี้(22 ส.ค.) และจะจ่ายเงินปันผลวันที่ 1 9 ก.ย.นี้

เมื่อนำเงินปันผลของ  บจ. จำนวน 4 แห่งดังกล่าวรวมกัน ได้คิดเป็นเงินปันผลกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท

หากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ ตัวเลขอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท

นั่น เท่ากับว่า เงินปันผลของ บจ. 4 แห่งดังกล่าว จะคิดเป็น 39-40% ของเงินที่จ่ายปันผลระหว่างกาล

ที่ผ่านมานั้น เมื่อนักลงทุนรับเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว หากเป็นรายย่อย ก็จะมีการนำเงินส่วนหนึ่งเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นต่อไป

ยิ่งในสภาวะตลาดเงิน ผลตอบแทนยังอยู่ระดับต่ำ

และตลาดหุ้นเองก็ยังมีทิศทางที่ดี แม้บางช่วงจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบบ้าง

ทว่าโดยรวมๆแล้ว ก็ยังเป็นตลาด หรือช่องทางการลงทุนที่น่าจะให้ผลตอบแทนดีสุด

โดยเฉพาะในเวลานี้

 

 

Back to top button