พาราสาวะถี

ทุกอย่างเตี๊ยมหรือเตรียมการไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฟังจากถ้อยแถลงของ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เรื่องสมาชิกสนช. 30 คนเข้าชื่อส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามข้อกังวลของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ว่ามีบางประเด็นส่อขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พิจารณาจากท่วงทำนองพรเพชรและการแสดงออกของสมาชิกสนช.บางราย รับรู้ได้ถึงการไม่สบอารมณ์


อรชุน

ทุกอย่างเตี๊ยมหรือเตรียมการไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฟังจากถ้อยแถลงของ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เรื่องสมาชิกสนช. 30 คนเข้าชื่อส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามข้อกังวลของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ว่ามีบางประเด็นส่อขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พิจารณาจากท่วงทำนองพรเพชรและการแสดงออกของสมาชิกสนช.บางราย รับรู้ได้ถึงการไม่สบอารมณ์

สิ่งที่ประธานสนช.ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของมีชัย โดยมีสมาชิก 30 รายเป็นผู้เล่นนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ทักท้วงและ “เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย” น่าขีดเส้นใต้ประโยคหลังนี้เป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นพรเพชรยังคุยฟุ้งถึงเรื่องการยืดเวลาการบังคับใช้ร่างกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ออกไปอีก 90 วันด้วยว่านี่คือ วิสัยทัศน์อันแหลมคมของสภาลากตั้งภายใต้อำนาจเผด็จการ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนนอกจากทำให้ทุกฝ่ายสบายใจแล้ว ฝ่ายสนช.ก็พยายามที่จะหาแพะมารับบาปการกระทำอันผิดพลาดของตัวเอง โดยมีผู้ทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟันเรียกแขกเป็นระลอกนั่นก็คือ สมชาย แสวงการ เริ่มจากการไล่ สมชัย ศรีสุทธิยากร ไปอ่านกฎหมายให้กระจ่าง หลังออกมาตั้งข้อสังเกตว่าถ้ายื่นร่างกฎหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะกระทบโรดแมปเลือกตั้ง 2-6 เดือน

โดยสมชายยืนยันว่าการยื่นแค่ร่างกฎหมายส.ว.นั้นจะไม่กระทบโรดแมป แต่หากเป็นร่างกฎหมายส.ส.จะกระทบแน่ แต่คงเป็นเพราะหวั่นๆ ใจว่าจะมีคนไปร้องหลังจากนั้น แล้วจะทำให้สนช.หน้าแหกหรือยังไงไม่ทราบ สมชายจึงออกมาท้าทายด้วยการเรียกร้องให้พรรคการเมืองมาร่วมลงสัตยาบันพร้อมที่จะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 3 เดือน เพื่อจะให้สนช.ได้ยื่นร่างกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย ในเมื่อพรเพชรและบรรดาสนช.ทั้งหลาย ต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวว่า เนื้อหาที่มีชัยห่วงในส่วนของร่างกฎหมายส.ส.นั้นเป็นแค่กระพี้ไม่ใช่แก่นสารสาระที่จะต้องไปกังวล พร้อมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ได้ทำกันไปนั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แล้วทำไมจึงออกลูกโยนขี้ให้เป็นเรื่องของนักการเมือง พรรคการเมือง เพราะถ้ามั่นใจก็ไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องกังวล

ด้วยเหตุนี้ นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนาจึงออกมากระตุกต่อมสำนึกสมชายแรงๆ หากพิจารณาโดยสามัญสำนึกแล้วประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ที่บอกว่าต้องให้นักการเมืองทำสัตยาบันเรื่องเลื่อนเลือกตั้งตามโรดแมปจึงไม่มีเหตุผลและไม่มีตรรกะ เรื่องนี้สนช.ผูกเรื่องขึ้นมาควรจะหาทางแก้ไขเอง ไม่ใช่โยนเรื่องมาให้นักการเมือง

ไม่อยากบอกว่าสนช.พวกนี้เป็น “พวกปากกล้าขาสั่น” มองผ่านพฤติกรรมของสมชายคงอาจเป็นเพราะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ต้องการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต จึงพยายามโยนเรื่องให้นักการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่างที่นิกรว่า ที่ผ่านมาการกำหนดบทบัญญัติไม่เคยสอบถามนักการเมือง ดังนั้นเมื่อสนช.เขียนเพื่อผูกประเด็นเองต้องหาทางแก้ไขเอง ไม่ใช่รู้ว่าจะเกิดปัญหาจึงโยนความผิดให้นักการเมือง และใช้ประเด็นเลื่อนเลือกตั้งมาสร้างเงื่อนไข

เห็นท่วงทำนองเช่นนี้ก็อยากจะสะกิดเตือนไปยัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เพิ่งประกาศผ่านรายการของคสช.เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรื่องการเมืองที่ทุกฝ่ายสังคมให้ความสนใจขอให้เป็นไปตามกระบวนการ ช่วยกันลดความสับสน วุ่นวาย บิดเบือน โจมตี ในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงลงให้ได้ เดินหน้าประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ

รัฐบาลไม่สามารถจะตอบโต้ได้ทุกประเด็น พูดบิดเบือนไม่ได้ ต้องพูดแต่ข้อเท็จจริง เรื่องการลงโทษ เรื่องการสอบสวน เรื่องการทุจริต รัฐบาลนี้ดำเนินการอยู่ทุกประเด็น เรื่องวาทกรรมนั้นมันเสกสรรปั่นแต่งกันได้ แต่ความจริงที่ท่านผู้นำว่า ท่าทีของสมชายคงเป็นบทพิสูจน์ได้ว่า ใครกันแน่ที่ไม่ยอมพาตัวเองออกจากความขัดแย้ง

หากเทียบความเป็นนักการเมือง คนที่มาจากการเลือกตั้งอย่างน้อยก็กล้าที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร ผ่านกระบวนการของสภาไม่ว่าจะตั้งกระทู้ถามเรื่องที่สังคมกังขาหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นที่ไม่สุจริตของคนในรัฐบาล แต่สภาลากตั้งก็อย่างที่เห็นเป็นรัฐสภาเผด็จการที่ไร้การตรวจสอบใดๆ เรื่องนี้คนอย่างสมชายที่มีอำนาจจากปลายกระบอกปืนตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาคงรู้ดี ดังนั้นวิธีหาแพะที่ทำอยู่ จึงใช้ไม่ได้ผลในโลกยุคใหม่ที่ไม่มีประชาชนคนใดจะยอมให้พวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีมาจูงจมูกเหมือนที่ผ่านมา

Back to top button