ไฟท์บังคับปรับตอนแย่


ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ภาคธุรกิจเรียกร้องประยุทธ์ปรับ ครม.ตั้งคนดีมีฝีมือ ประชาชนเห็นชื่อแล้วร้องเยส ไม่ใช่ยี้ แปรวิกฤตเป็นโอกาส ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ เฟ้นคนทำงานเชิงรุก ไม่ใช่มีแต่อดีตข้าราชการผู้บริหารรัฐกิจ ฯลฯ

ฝันกลางวันเหมือนองค์กรครูอยากได้คนมีความรู้เข้าใจการศึกษา จะหาที่ไหน ไม่ได้ “ครูนัสค้าแป้ง” ก็บุญโข

รัฐบาลถูกบังคับให้ปรับ ครม. หลัง 3 รัฐมนตรี กปปส.ถูกศาลตัดสินจำคุก ตกเก้าอี้กะทันหัน ในสถานการณ์ที่เครดิตตกต่ำย่ำแย่ เพิ่งถูกฝ่ายค้านขึงพืดอภิปราย แล้วตอบไม่ได้ ไม่เคลียร์ ซ้ำร้าย ผลโหวตยังทำให้ขัดแย้งกัน ทั้งในพรรคและระหว่างพรรค

การปรับ ครม.จึงต้องคำนึงถึงเสถียรภาพภายในไว้ก่อน แม้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ได้ด้วยอำนาจปาฏิหาริย์ 250 ส.ว. รัฐราชการทหารตำรวจองค์กรกฎหมายองค์กรอิสระ แต่จะไม่แยแสนักการเมืองระบบอุปถัมภ์ก็ไม่ได้ เกือบสองปีสั่งสมแรงกดดันไว้มากมาย เพราะนักการเมืองในพลังประชารัฐถูกจำกัดเก้าอี้ให้โควตากลาง นักการเมืองพรรคเล็กถูกกวาดต้อนแต่ไม่มีเก้าอี้ตอบแทน

พอ 2 เก้าอี้รัฐมนตรี กปปส.ว่าง 90 ส.ส.จึงล่าชื่อกันสกัดกั้น “คนนอก” ซึ่งคงไม่ใช่แค่เทคโนแครต แต่น่าจะเรียกคืน “โควตา กปปส.” ตั๋วสมนาคุณ เพราะทั้งณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ แทบไม่มี ส.ส.ในมือ มีแต่ฐานเดิม ปชป.ในกรุง

13 ส.ส.ภาคใต้ขอ รมช. หนึ่งตำแหน่ง พรรคเล็ก 21 คนขอ 2 เก้าอี้ นี่คือช่วงปั่นค่าตัว บีบให้เกลี่ยเก้าอี้กัน แล้วจะเอาที่ไหนไปจัดสรรให้ “คนดีมีฝีมือ”

เพื่อเสถียรภาพที่จะยักแย่ยักยันต่อไป ประยุทธ์คงไม่อยากปรับใหญ่ แบบยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ เกลี่ยโควตาใหม่ ซึ่งทำให้ยุ่งขึ้นไปอีก

เพราะวันนี้สัดส่วน ส.ส.รัฐบาลเปลี่ยน ภูมิใจไทยดูด ส.ส.จนมีมากกว่าประชาธิปัตย์ มีสิทธิบี้ให้ ปชป.สละเก้าอี้ เลือกตั้งซ่อม 7 มี.ค.นี้ถ้า ปชป.แพ้ พปชร.ก็ยิ่งกระอัก สถานภาพ ส.ส.ของถาวร-ชุมพล ก็ยังต้องตีความ ปชป.ต้องตั้งท่าขวางอย่ารื้อโควตาพรรค

แน่ละ รัฐบาลประยุทธ์ที่พระสยามเทวาธิราชอุ้มสม มีรัฐพันลึกหนุนหลัง ไม่ล้มคว่ำง่าย ๆ  หรอก แต่ก็จะแย่ลง เหมือนที่แย่ลงหลังปรับ ครม.ครั้งก่อน หรือหาขุนคลังตั้งนานไม่ได้ ได้มาแป๊บเดียวถอดใจ

คนนอกที่จะไปเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์เดี๋ยวนี้ ต้องถามลูกหลานด้วยนะ เพราะคนรุ่นใหม่ร้องยี้ กลัวทำเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล

การปรับ ครม.จึงไม่ต้องหวังว่าจะบริหารดีขึ้น แค่สนองนักการเมืองยังยาก เช่นธรรมนัสถึงเวลาเป็นรัฐมนตรีว่าการ แต่จะให้นั่งตรงไหน ถ้าเป็นครูนัสค้าแป้ง “นักเรียนเลว” คงฮากลิ้ง

การบริหารด้านต่าง ๆ ก็ยังเรียกความไม่พอใจ ดุสิตโพลชี้ประชาชนบ่น เยียวยาตั้งเงื่อนไขมากไป น่าจะให้ถ้วนหน้า ปรากฏว่ารัฐบาลคิดจะเยียวยาข้าราชการ ทั้งที่ได้เงินเดือนครบ ได้วันหยุดเพิ่ม

วัคซีนโควิดมาถึงไทย ก็กลายเป็นพิธีเอิกเกริก ดีเท่าไหร่ไม่ให้ประยุทธ์ขึ้นรถเปิดประทุนพาแห่รอบเมือง ตลกร้ายคือจัดอีเวนต์ใหญ่โตรับวัคซีนจีน ที่ประยุทธ์ไม่ได้ฉีด คนสูงวัยฉีดไม่ได้ อุตส่าห์แหงนคอรอ จนวัคซีนมาถึง สาธารณสุขจึงเพิ่งบอกคนไทยว่า Sinovac 2 ล้านโดสฉีดให้คนอายุ 18-59 ส่วนคนสูงวัยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อย่างประยุทธ์ ต้องรอ Astrasenneca ที่ส่งมาเงียบ ๆ จากเกาหลีใต้ ล็อตแรก 1.7 แสนโดส ต้องรอตรวจสอบมาตรฐานถึงกลางเดือนมีนาคม

สิงคโปร์ก็ได้ Sinovac วันเดียวกับไทย แต่ไม่ให้ความสำคัญ แอสตร้าฯ ก็ส่งเวียดนาม เที่ยวบินเดียวกัน ไม่เห็นมีใครตื่นเต้นน้ำตาไหล สร้างความเชื่อมั่นด้วยผักชี แต่พอรัฐมนตรีต่างประเทศเผด็จการพม่าบินมาพบ กลับปล่อยภาพออกข่าวราวภาคภูมิใจ

คนไทยไม่ใช่พม่า ก็ต้องเรียนรู้การอยู่ใต้รัฐบาลประยุทธ์แบบช่วยตัวเอง เอาตัวให้รอดได้เอง จะไปเรียกร้องอะไร

Back to top button