
“อิสราเอล” โจมตีเลบานอนใต้ เสียชีวิตราว 15 ราย ตึงเครียดรุนแรงขึ้น
นายกรัฐมนตรีเลบานอนชี้ประเทศเผชิญช่วงเวลาวิกฤต หลังอิสราเอลยกระดับโจมตีหลายพื้นที่ทางตอนใต้ กระทบพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย นายกรัฐมนตรีเรียกร้องทุกฝ่ายเร่งผลักดันข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 พ.ค.69) กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า เหตุโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยโดรนของอิสราเอลในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ต่อเนื่องถึงวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย
รายงานระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพรวมอยู่ด้วย รวมถึงพลเมืองชาวซีเรีย 1 ราย ขณะที่กองทัพเลบานอนเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ทหารเลบานอน 2 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังโดรนของอิสราเอลโจมตียานพาหนะของกองทัพบนถนนสายหลักในหมู่บ้านเอ็บบา เขตนาบาเตียห์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาแล้ว
ด้านศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตในเลบานอนเพิ่มขึ้นเป็น 3,371 ราย ขณะที่จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมอยู่ที่ 10,129 ราย
นายนาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอน กล่าวว่า ประเทศกำลังเผชิญช่วงเวลาวิกฤต ท่ามกลางการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งเพิ่มความพยายามทางการเมืองและการทูต เพื่อผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่
นายกรัฐมนตรีเลบานอนกล่าวหาอิสราเอลว่า ดำเนินการโจมตีที่สร้างความเสียหายในวงกว้าง และใช้มาตรการลงโทษแบบเหมารวม โดยระบุว่า การโจมตีได้ขยายขอบเขตจากเป้าหมายทางทหารไปยังเมือง หมู่บ้าน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน
อย่างไรก็ตาม นายซาลามยืนยันว่า เลบานอนยังคงยึดมั่นแนวทางการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งครอบคลุมการถอนกำลังอิสราเอลออกจากดินแดนเลบานอนทั้งหมด การปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัว การส่งผู้พลัดถิ่นกลับภูมิลำเนา และการฟื้นฟูประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเลบานอนยังเน้นย้ำว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับสงครามและสันติภาพต้องอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้เกิดความเป็นเอกภาพของชาติภายใต้หลักการ “หนึ่งรัฐ หนึ่งการตัดสินใจ และหนึ่งกองทัพ”

