PIMO มอเตอร์สู่มอ’ไซค์


สำนักข่าวรัชดา

หากพูดถึงบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO หลายคนคงนึกถึงเครื่องปั๊มน้ำ เป็นภาพจำติดตามาโดยตลอด…

เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตมอเตอร์ หลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สายน้ำมันกับสายไฟฟ้า เช่น เครื่องสูบน้ำ ปั๊มหอยโข่ง มอเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป มอเตอร์สำหรับสระว่ายน้ำ มอเตอร์ปั๊มบ้าน และมอเตอร์ไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ

ที่ผ่านมา แม้ PIMO จะเป็นเจ้าใหญ่ของตลาด แต่ก็ถูกท้าทายว่าจะถูกดิสรัปชั่นหรือไม่..? ทั้งจากคู่แข่งจีน ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่า และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป…

แต่ก็เห็นการปรับตัวของ PIMO มาตลอด…หนึ่งในนั้นนำไปสู่การผลิตมอเตอร์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ซึ่งมีความพร้อมด้านโนว์ฮาวน์อยู่แล้ว

นับเป็นโอกาสใหม่…เป็นตลาดใหม่ของ PIMO ทั้งในแง่รถจักรยานยนต์และมอเตอร์..!!

เห็นได้ชัดจากการไปจับไม้จับมือกับบริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์ GPX เพื่อร่วมกันพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและคุณภาพที่ดีในราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยตั้งเป้าเริ่มการผลิตจริงในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2565

อย่างน้อย ๆ PIMO มีความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ สามารถซัพพอร์ตให้กับค่ายรถจักรยานยนต์ได้…

ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็ไปร่วมทุนวิจัยพัฒนาในโครงการการออกแบบและพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าชนิดไร้แปรงถ่านแบบใช้แม่เหล็กถาวรสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กับทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอีกด้วย

เท่ากับว่า PIMO จากมอเตอร์กำลังคืบคลานไปสู่มอไซค์ (ไฟฟ้า) อย่างเต็มตัว..!!

ถือเป็นการเปิดเกมรุกสู่ธุรกิจอีวี…หลังจากภาครัฐ โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กำหนดนโยบายชัดเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ซะที..!! หลังจากปล่อยให้คลุมเครือมานาน…

ด้วยสตอรี่ดังกล่าว PIMO จึงจัดเป็นหุ้นเล็กพริกขี้หนูสวนอีกดอกที่ถูกคาดหวังว่าปีนี้จะโชว์ผลงานแจ่มจรัส..!!

ส่วนจะพุ่งชนเป้าหมายที่ผู้บริหารตั้งไว้ว่ารายได้ปีนี้จะแตะ 1,000 ล้านบาท หรือโต 2025% ได้หรือไม่..? เป็นช็อตที่ต้องติดตามกันต่อไป

เอาเป็นว่ายังไม่รู้ว่า PIMO กับการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ จากธุรกิจอีวีจะปังปุริเย่แค่ไหน..? ยังไม่มีใครตอบได้

ที่แน่ ๆ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ก่อน นักลงทุนตอบรับข่าวนี้ ด้วยราคาหุ้นที่วิ่งแรลลี่ 2 วันต่อเนื่องเกือบ 20% ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย จากที่เทรดกันวันละไม่กี่สิบล้านบาท ก็พุ่งพรวดไปหลายร้อยล้านบาท

แหม๊…มอเตอร์เค้าเครื่องแรงงงส์เว่อร์จริง ๆ…

ยังไงก็ระวังมอเตอร์ดับระหว่างทางโดยไม่ทันตั้งตัวไว้บ้างก็ดีนะ…

นี่ก็เริ่มเห็นสัญญาณมอเตอร์ติด ๆ ดับ ๆ บ้างแล้ว โดยวานนี้ (29 มี.ค.) ราคาหุ้นทรุดไป 2.17% ปิดตลาด 3.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 73 ล้านบาท

เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน…ไม่ได้นะ

…อิ อิ อิ…

Back to top button