1,630 ของแข็ง

* หลังจาก “โมนิก้า” สาละวนกับเรื่องฉีดวัคซีนมาพักใหญ่ ๆ ก็ถึงเวลาเม้าท์ถึงโอกาสที่ดัชนีจะวิ่งฝ่าแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,630 จุดอย่างเป็นทางการเสียที หลังมีแรงซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนดูเหมือนจะวิ่งทะลุขึ้นไปแบบสบายเกือก แต่เอาเข้าจริงกลับโดนรินขายเมื่อเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว กลายเป็นช็อตที่ทำให้ทุกคนต้องกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะวิ่งฝ่าแนวต้านนี้อีกครั้งนะคะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* หลังจาก “โมนิก้า” สาละวนกับเรื่องฉีดวัคซีนมาพักใหญ่ ๆ ก็ถึงเวลาเม้าท์ถึงโอกาสที่ดัชนีจะวิ่งฝ่าแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,630 จุดอย่างเป็นทางการเสียที หลังมีแรงซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนดูเหมือนจะวิ่งทะลุขึ้นไปแบบสบายเกือก แต่เอาเข้าจริงกลับโดนรินขายเมื่อเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว กลายเป็นช็อตที่ทำให้ทุกคนต้องกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะวิ่งฝ่าแนวต้านนี้อีกครั้งนะคะ

* สถานการณ์ตรงนี้ทำให้ “โมนิก้า” ต้องเท้าความกลับไปเมื่อครั้งดัชนีพยายามวิ่งฝ่าแนวต้าน 1,600 จุดอีกครั้ง เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนเห็นภาพการเคลื่อนตัวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?..ถ้าจำกันได้จะเห็นว่า ดัชนีใช้เวลาสะสมพลังนาน 3 เดือนถึงจะวิ่งฝ่าแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ และตัวแปรที่ทำให้ดัชนีขึ้นมายืนได้ในทุกวันนี้ก็มาจากฉีดวัคซีนเป็นหลักนะตัวเอง

* วันนี้จึงต้องถามว่า การที่ดัชนีขึ้นมาป้วนเปี้ยนแถว 1,625.56 จุดตั้งแต่เช้า แต่ตกบ่ายดันย่อตัวลงมาปิดที่ 1,612.59 จุด เหลือบวกแค่ 1.06 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.84 หมื่นล้านบาท กลายเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้ได้ทันทีว่า นี่คือด่านทดสอบกำลังใจที่สำคัญอีกหนึ่งด่าน และตัวช่วยที่จะทำให้ผ่านไปแบบสบาย ๆ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยบวกหลังจากนี้จะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้างพะยะค่ะ

* ด้วยเหตุนี้จึงต้องเข้าใจอาการเหวี่ยงตัวไปมาจะเกิดขึ้นบ่อยมาก และหุ้นแกนหลักจะถูกสลับตัวเล่น  ไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” พูดถึงหุ้นนอกกระแสไปเมื่อวันก่อน และขอเบนเข็มไปที่หุ้นเก็งกำไรแบบเต็มตัว เพราะเป็นไฟต์ของการเล่นสั้น ๆ เพื่อรอเวลากระชากขึ้นรอบใหม่ จึงขออนุญาตเกาะกระแสหุ้นที่กำลังเคาะขวากันมันหยดดีกว่านะจ๊ะ

* โดยเฉพาะในรายของ 7UP กระชากขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.64 บาท บวกไป 0.21 บาท หรือขึ้นไป 14.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.61 พันล้านบาท ท่ามกลางข่าวดีเรื่องสัมปทานน้ำที่ภูเก็ต บวกกับขายน้ำให้กับฟาร์มกุ้งขนาดใหญ่หลายหมื่นคิวที่ภาคใต้ ล้วนเป็นสตอรี่ที่ทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้นแรงแซงทางโค้งหุ้นบลูชิพอย่างง่ายดาย เมื่อบวกกับยังมีดีลซื้อหุ้นน้ำในส่วนที่เหลืออีก 40% แบบนี้..เฮียเปี่ยมต้องเอ่ยปากให้ชาวโลกรู้ว่า ถูกต้องคร๊าบ..บบ

* ส่วนรายที่ “แรงต้น แผ่วปลาย” อย่างหุ้น ORI ถือเป็นช็อตที่สร้างความตกตะลึงให้ชาวหุ้น จนลูกตาแทบจะถลนออกจากเบ้าตา เพราะหุ้นกระชากขึ้นแรงตั้งแต่เช้าตรู่ พร้อมกับวิ่งขึ้นไปยืนที่ระดับ 10.40 บาท ก่อนจะม้วนตัวลงมายืนปิดที่ระดับ 9.50 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.44 พันล้านบาท กลายเป็นช็อตที่เหมาะต่อการเก็งกำไรเสียจริง ๆ เพราะเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่โหนกระแสคริปโทฯ ไงล่ะคะ

* สำหรับการขึ้นแรงของหุ้น U ก็อยู่ในข่ายของการเล่นสั้นเต็มตัว แถมเหตุการณ์ “สงครามวันเดียว” เคยเกิดขึ้นให้เห็นมาแล้ว “โมนิก้า” เลยมั่นใจว่า การขึ้นมายืนปิดที่ 1.01 บาท บวกไป 0.11 บาท หรือขึ้นไป 12.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 631 ล้านบาท คงไม่มีอะไรแตกต่างจากก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่! เพราะมันไม่มีอะไรที่ทำให้เชื่อว่า หุ้นน่าจะ “ไปดี ไปยาว ไปสวย” เลยพับผ่าสิ!

* เรื่องดังกล่าวสวนทางกับหุ้น NER อย่างชัดเจน เพราะรายนี้มีสตอรี่โกรทเป็นแบ็คอัพ ผสานกับโบรกฯ มีการอัพเป้าใหม่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ “โมนิก้า” จึงต้องโหนกระแสกับเขาสักหน่อย หลังเห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 6.85 บาท บวกไป 0.55 บาท หรือขึ้นไป 8.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 959 ล้านบาท พร้อมกับทำออลไทม์ไฮอย่างง่ายดาย เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดว่า มีนักเล่นเข้ามาผสมโรงเยอะมาก ๆ หุ้นจึงมีโอกาสไปยาว ๆ เลยล่ะค่ะ

* ส่วนรายที่แสดงอิทธิฤทธิ์เป็นเวลานานอย่างหุ้น XPG กลับเริ่มแสดงอาการหมดฤทธิ์ตั้งแต่ต้นสัปดาห์แบบนี้ น่าจะทำให้พวกเสือปืนไวออกอาการแหยงกันเป็นแถว เพราะการทรุดตัวลงมายืนปิดที่ 9.75 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 7.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 380 ล้านบาท มันหมายความว่า นักเล่นบางคนยอมสละเรือ และกระโดดหนีตายกันเป็นแถว เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่า มือที่มองไม่เห็นจะดันต่อไหมน่ะสิ

Back to top button