งบกู้ผ่าน..วัคซีนมา..หุ้นไปต่อ ?


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ดูเหมือนมหกรรม โปรยเงิน..อุ๊ย..แจกเงิน จะกลายเป็นวาระหลักที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะเชื่อกันว่า เรื่องนี้จะทำให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจสะพัดขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้ธุรกิจทุกภาคส่วนมีความคึกคักทันตาเห็นนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเพียงสตอรี่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวาดฝันเหมือนครั้งก่อน ๆ และกว่าจะเห็นผลลัพธ์คงต้องใช้เวลาพอสมควรนะออเจ้า!

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ผู้รู้ทุกสำนักพุ่งเป้าไปยังเรื่องกู้เงินของรัฐบาลอีก 5 แสนล้านบาท และผลโหวตก็ผ่านฉลุยแบบไม่มีข้อกังขา (ของมันนอนมาตั้งแต่ในมุ้ง) แต่เหตุไฉนตลาดหุ้นกลับตอบรับข่าวดังกล่าวด้วยการขยับก้นขึ้นไปที่ระดับ 1,636.22 จุด ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดที่ 1,625.27 จุด ลบไป 1 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 แสนล้านบาทแบบเซ็ง พร้อมกับแสดงอาการจบรอบแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างนี้..โกยเถอะโยม.มม

* สถานการณ์ตรงนี้เป็นเรื่องยากสำหรับการเคาะขวาอย่างแน่นอน เพราะทุกอย่างต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับเรื่องจริงจะออกมาในรูปไหน? หรือแม้กระทั่งท่าทีของนักเล่นกลุ่มหลักที่เริ่มออกลายแทงกั๊กมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงกับการขึ้นของดัชนีต่อจากนี้ “โมนิก้า” ถึงพยายามหามุมต่าง ๆ ที่ทำให้เชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยจะไปต่อแบบสวย เพื่อแฟนคลับจะได้ใช้เป็นองค์ประกอบในการซื้อหุ้นนะคะ

* เหมือนกับการผงกหัวของหุ้น CPALL ล้วนเกิดจากความเชื่อที่ว่า เงินจะสะพัดในช่วงไตรมาส 3 เพราะแคมเปญต่าง ๆ ที่ภาครัฐจัดโปรกระหน่ำต้อนรับฤดูฝนจะเริ่มแผลงฤทธิ์ บรรดานกรู้เลยกระโจนเข้ามาไล่ราคาหุ้นกันอุตลุด จนหุ้นขึ้นมาปิดที่ 61.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.90 พันล้านบาท พร้อมกับขึ้นมาติด 1 ใน 10 ของหุ้นบนกระดาน Most Active แบบนี้..มันคือการเขี่ยลูกเริ่มเล่นแล้วเจ้าค่ะ

* เช่นเดียวกับในรายของ BEM อาศัยประเด็นเรื่องฉีดวัคซีน และเรื่องเปิดเมืองเป็นตัวเดินเกม จึงเริ่มเห็นแรงซื้อหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนวานนี้หุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 8.55 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 2.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.68 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องกระโจนใส่เป็นธรรมดา แถมเที่ยวนี้ฝ่าเส้นแนวต้าน 200 วันขึ้นไปได้แล้ว เลยทำให้เชื่อว่า หุ้นจะขึ้นไปแถว 9 บาทก็เท่านั้นเอง!

* ประเด็นดังกล่าวถูกย้ำหัวหมุดด้วยการวิ่งขึ้นของหุ้นโรงหนัง MAJOR ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 23.70 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 6.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 325 ล้านบาท มันเป็นโมเมนตัมที่ชัดเจนของเรื่องราวที่เกริ่นให้ฟังในตอนต้น และราคาหุ้นจะตอบสนองเรื่องดังกล่าวได้กี่วัน? ยังเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักเหมือนเดิม เพราะอาการที่เกิดขึ้นในวันนี้มันค่อนไปในทาง “ยังไม่ทันเห็นน้ำ..ก็รีบตัดกระบอกไม้ไผ่” เสียแล้ว..อิอิอิ

* ในเมื่อต้องใช้หัวคิดมากเป็นพิเศษ “โมนิก้า” ย่อมเล็งเป้าไปที่น้องแบม BAM เป็นรายถัดมา เพราะดูจากสถานการณ์ของหุ้นที่ทำธุรกิจตามเก็บหนี้รายอื่น ๆ ล้วนตกอยู่ในสภาพหัวทิ่มบ่อกันเป็นแถว เดี๊ยนเลยแปลกใจสุดๆ เมื่อเห็นหุ้นตัวนี้วิ่งขึ้นมาปิดที่ 19.80 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 5.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.42 พันล้านบาท เพราะในมุมของ PE 43 เท่า มันทำให้หุ้นตัวนี้ไม่ผ่านเข้ารอบควอลิฟายด์น่ะสิ

* เรื่องนี้ทำให้ “โมนิก้า” นึกถึงหุ้นยางมะตอย TASCO ขึ้นมาในทันที เพราะอาการซังกะตายที่เกิดขึ้นเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง มันสะท้อนให้เห็นว่า ปีนี้ไส้แห้ง! จึงเคาะหุ้นกันเปาะ ๆ แปะ ๆ แบบไร้ทิศทาง จนไม่สามารถคาดหวังกำไรจะโตกระหึ่มเหมือนที่ผ่านมา บวกกับงานทำถนนชะลอไปหมดทุกที่ เดี๊ยนถึงมองการยืนปิดที่ 19.80 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 0.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 251 ล้านบาท คือภาพสะท้อนเรื่องราวทั้งหมดไงล่ะคะ

* คล้ายกับกรณีของ SAMART ทรุดตัวลงมาปิดที่ระดับ 9.80 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 5.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 293 ล้านบาท อาจเป็นภาพที่ไม่น่ากังวลสำหรับคนที่คุ้นเคยกับหุ้นตัวนี้ เพราะหุ้นแกว่งตัวไปมาในกรอบ 8.50-10.50 บาทเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง แต่ในมุมของคนนอกที่มองถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน หุ้นตัวนี้คงเป็นได้แค่เพียงของแก้ขัดยามเหงาใจนะตัวเอง

Back to top button