UWC ปลดระวางเรือพ่วง.!

สำนักข่าวรัชดา


ผลพวงของการขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีดีดักของบริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) หรือ UWC ส่วนหนึ่งหนีไม่พ้นถูกกดดันจากบริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET ซึ่ง UWC เข้าไปถือหุ้นอยู่ที่ 24.99%…

ที่จริงในเชิงกลยุทธ์ การที่ UWC เข้าไปลงทุนใน DIMET ถือว่าไม่ผิด เนื่องจาก UWC ทำโครงเหล็กชุบสังกะสี ขณะที่ DIMET มีสีกันสนิม ซึ่งสามารถ Synergy ธุรกิจกันได้…โดยเข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2558 เพื่อหวังต่อยอดธุรกิจไปสู่โครงสร้างเหล็กที่ใช้สีกันสนิม

แต่น่าเสียดาย ตั้งแต่เข้าไปลงทุน…DIMET ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ UWC เลย…มิหนำซ้ำยังเป็นตัวกดดันอีกต่างหาก

สะท้อนได้จากผลงานในช่วง 4 ปีย้อนหลังของ DIMET ที่ยังสะกดคำว่ากำไรไม่เป็น…ปี 2560 มีรายได้รวม 303 ล้านบาท ขาดทุน 22 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้รวม 278 ล้านบาท ขาดทุน 38 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้รวม 334 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มเป็น 112 ล้านบาท ส่วนปี 2563 รายได้รวมลดวูบเหลือแค่ 64 ล้านบาท ขาดทุน 52 ล้านบาท

ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้รวม 43 ล้านบาท ขาดทุน 18 ล้านบาท…

ซึ่ง UWC ต้องรับรู้ผลขาดทุนตามสัดส่วนการลงทุนทุกปี…

โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 DIMET มีขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรสูงถึง 375 ล้านบาทเลยทีเดียว

กลายเป็นว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง UWC เอากระดูกมาแขวนคอซะงั้น..!!

ขณะที่การดำเนินงานของ DIMET ดูเหมือนไม่เป็นไปตามทิศทางของ UWC ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อีกต่างหาก

ก็เลยเป็นที่มาของการตัดเรือพ่วงออกไป…ด้วยการขายล้างพอร์ตหุ้น DIMET ที่ถืออยู่ 24.99% ที่ราคา 0.24 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 96 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท ที.เอช.เอส.รับเบอร์ อินดัสทรี จำกัด

การตัดเรือพ่วงทิ้ง…เบื้องต้นจะทำให้ UWC ได้เงินสดเข้ามา 96 ล้านบาท เพื่อไปใช้ลงทุนในโครงการอื่น ๆ โดยเฉพาะโครงการสร้างสถานีโทรคมนาคมให้เช่าที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่ง UWC หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นเรือธงลำใหม่ของบริษัท

และที่สำคัญไม่มีตัวถ่วงอีกต่อไป..!!

อย่างน้อยสิ่งที่ UWC ทำมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ทยอยตัดเนื้อร้ายออกไป หนึ่งในนั้นเป็นการขายโรงไฟฟ้าไบโอแมส 3 โรง ให้กับบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการ..!!

ตามมาด้วยการมาโฟกัสธุรกิจเดิมที่ตัวเองถนัดอย่างธุรกิจผลิตและจำหน่ายสายไฟ เสาไฟฟ้า และเสาโทรคมนาคม และมีการออกไปแสวงหาตลาดใหม่ ๆ เช่นที่ฟิลิปปินส์

รวมถึงการแปลงโฉมใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STOWER ที่จะเคาต์ดาวน์วันนี้ (9 ก.ค.) จะนำมาสู่การเทิร์นอะราวด์ได้หรือไม่..? เป็นช็อตที่ต้องติดตามกันต่อไป

ก็ไม่รู้ว่าผู้ถือหุ้นจะได้ขึ้นไปชมวิวกำไรบนสกายทาวเวอร์อีกสักครั้งหรือเปล่าเน้อ..!!

…อิ อิ อิ…

Back to top button