14 วันยื้อวิบัติ

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง


รัฐบาลดิ้นรนล็อกดาวน์ 14 วัน จะสกัดกั้นการแพร่เชื้อได้หรือเปล่ายังไม่ทราบ แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนขณะนี้ เป็นอย่างที่คณบดีรัฐศาสตร์ มธ. ชี้ว่า “ประชาชนหมดความไว้วางใจแล้ว”

ความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจของรัฐ โกลาหลไปหมดแล้ว จากความล้มเหลวในการควบคุมโควิด ไร้ความสามารถตัดสินใจ ล่าช้า ยึกยัก อวดอำนาจ ขาดความเห็นอกเห็นใจประชาชน จัดหาวัคซีนก็ได้ของด้อยคุณภาพ วัคซีนที่มีน้อยก็จัดสรรสะเปะสะปะ ไร้ยุทธศาสตร์ สุดท้ายระบบสาธารณสุขจะล่ม คนรอเตียงตายคาบ้าน คนเบียดเสียดกันตรวจเชื้อข้ามคืน หมอ พยาบาลติดเชื้อ ยิ่งขาดกำลังคน

“รัฐราชการไม่น่าไว้วางใจอีกต่อไป” สถานการณ์มาถึงขั้นนี้ จะให้ประชาชนฝากชีวิตตัวเองและครอบครัว ไว้กับการตัดสินใจของผนง.ได้อย่างไร จึงระเบิดเป็น “เครื่องด่า” เครื่องไล่ กดดันดาราคนดังให้ call out ไล่รัฐบาล

ล็อกดาวน์ 14 วันช่วยอะไรได้ นี่มันล็อกเทียม ล็อกจริงต้องสั่งทุกคนอยู่บ้าน ออกมาได้แค่ซื้อยา ซื้ออาหาร แต่รัฐบาลต้องชดเชยรายได้เพื่อให้คนอยู่บ้าน ช่วยภาคเอกชนถ้าต้องหยุดงาน นี่ใช้คำว่าสนับสนุนให้เอกชน WFH อย่างมากก็ทำได้แค่พนักงานออฟฟิศ กิจการที่มีผู้ใช้แรงงานมาก ๆ ทำไม่ได้

รัฐบาลล็อกเทียมโดยไม่ช่วยสักบาท แม้แต่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต เอาเงินไปจ่ายเบี้ยเลี้ยงตำรวจ ทหาร ตั้งด่านจับตั้งแต่สามทุ่มถึงตีสี่ เพื่อให้คนเดินทางไม่สะดวก จำเป็นต้องหยุดงานอยู่บ้านขาดรายได้

วิธีอย่างนี้ไม่ช่วยลดเชื้อสักเท่าไหร่ ล็อกดาวน์จะได้ผลต้องให้ทุกคนอยู่บ้าน ลุยตรวจเชื้อ แยกคนติดเชื้อออก ฉีดวัคซีนปูพรม

แต่ตอนนี้ อุปกรณ์ตรวจเชื้อก็ไม่พอ เถียงกันมาปีกว่าเพิ่งพิจารณาให้ใช้ Rapid Test การให้ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการอยู่บ้านหรือ Home Isolation ก็เพิ่งยอมรับตอนเตียงไม่พอ ตอนแรกขู่เอาผิดอาญาด้วยซ้ำ วันนี้คนนอนรอความตายอยู่บ้าน จ่ายแค่ยาพารากับฟ้าทลายโจร เพราะมีข้อจำกัดจะจ่าย Favipiravir เมื่อเข้า admit เท่านั้น (แถมหมอจะจ่ายยาก็ลำบากยากเย็นต้องทำหนังสือขออนุมัติ)

“วัคซีนกูอยู่ไหน” อย่าว่าแต่ปูพรม ฉีดคนแก่ คนมีโรคประจำตัวยังไม่พอ “หมอพร้อม” เทแล้วเทอีก แต่เอา AstraZeneca ไปฉีดประกันสังคม ม.33  เพิ่งกำหนดยุทธศาสตร์เดือน ก.ค. ทุ่มฉีดคนแก่ คนมีโรคประจำตัวใน 10 จังหวัดก่อน แต่ก็เป็นตอนที่ Astra ขาด เพราะจากที่คิดว่าจะได้เดือนละ 10 ล้านโดส กลายเป็นผลิตได้ 15 ล้านโดสต้องส่งออก เหลือให้ไทย 1 ใน 3

วันนี้ก็ต้องหวังพึ่งไฟเซอร์สหรัฐฯ บริจาค 1.5 ล้านโดส AstraZeneca ญี่ปุ่นบริจาค 1.05 ล้านโดส กับสั่ง Sinovac อีก 2 ล้านโดส

หันไปดูเพื่อนบ้านที่สถานการณ์ใกล้เคียงกัน อินโด มาเลย์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เขามีตารางนำเข้าวัคซีนเป็นหางว่าว ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตรา J&J ทั้งซื้อตรงทั้ง COVAX ทยอยมาก่อนเรา ไฟเซอร์ 20 ล้านโดสกว่าจะเข้าก็ไตรมาสสี่

ย่ำแย่ขนาดนี้แทนที่จะประกาศตูม ขอซื้อไฟเซอร์เพิ่ม 50 ล้านโดส โมเดอร์นา 50 ล้านโดส ยกเลิกประชาชนจ่ายเอง ก็ไม่ทำ หมอคนเก่งเถียงอยู่นั่น Sinovac 2 เข็มไม่พอฉีดเข็ม 3 หรือเพิ่ม Astra จนได้ฉายา “ผู้แทนยา”

14 วันถ้าสถานการณ์ยังย่ำแย่ ประยุทธ์จะทำอย่างไร ย่ำแย่ คือต่อให้ตัวเลขลดจากวันละหมื่นเหลือห้าพัน แต่ยังไม่เห็นวี่แววพ้นวิกฤต ก็ย่ำแย่อยู่ดี

แค่ตอนนี้ก็โดนรุมด่า รุมไล่อยู่แล้ว ล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว จะยิ่งกดดันให้ประชาชนโกรธ ทั้งไม่พอใจอำนาจบังคับ ทั้งขาดรายได้ สถานการณ์ในต่างจังหวัดก็ไม่ใช่ดี หลังจากปิดแคมป์คนงาน คนติดเชื้อพุ่ง จนโรงพยาบาลจะเต็มเหมือนกัน

ประยุทธ์ทำได้แค่ใช้อำนาจยื้อวิบัติ ไม่รู้จะยื้อได้แค่ไหน แต่ไม่พ้นวิบัติ ทั้งโควิด เศรษฐกิจ และตัวรัฐบาลเอง

Back to top button