เริ่มเห็นแสง (ไม่หิวแสง)

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน


* ช่วงท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมามีเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงตลาดหุ้น ยกหูโทรศัพท์กริ๊งกร๊างมาหา “โมนิก้า” เยอะแยะเต็มไปหมด พร้อมกับเม้าท์เป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมดุเดือดแบบทะลักจุดแตกจังเลย? เดี๊ยนเลยตอบมิตรสหายอันเป็นที่รักไปว่า อยากให้ทุกคนมีสติกันนิดหนึ่ง และไม่ควรก้าวล่วงความคิดของคนอื่นที่เห็นต่างก็เท่านั้นเอง เพราะประเทศไทยไม่สามารถหาคำว่า “สามัคคี” ได้อีกแล้ว..ก็ไม่ควรไปยุ่งกับคนที่เขาอยากอยู่เฉย ๆ เจ้าค่ะ

* เหมือนกับโครงการนำร่องที่หลายภาคส่วนช่วยกันผลักดันอย่าง “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” และ  สมุย พลัส โมเดล” อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเฉย ๆ เหมือนเป็นการโปรโมทเพื่อเอาหน้า แต่ถ้ามองในมุมของคนที่ทำธุรกิจโรงแรมต้องบอกเลยว่า นี่เป็นก้าวแรกที่มีความหมายจริง ๆ และอาจนำมาสู่ก้าวที่สอง ก้าวที่สาม และก้าวอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายนะจะบอกให้

* ทั้งนี้..ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแผนฉีดวัคซีนที่กำลังดราม่า มีความคืบหน้ากันขนาดไหน? เพราะเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นที่น่าเสียดายมาก ๆ ที่ไทม์ไลน์ของเรื่องที่เกริ่นไว้ไม่ชัดเจน จึงทำให้โอกาสที่จะได้เห็นทุกอย่างเป็นรูปธรรมยังเลื่อนลอยต่อไป และนำไปสู่สงครามวาทะกรรมแบบไม่รู้จักจบจักสิ้นไงล่ะ..พ่อมหาจำเริญ..ญญ

* ฉะนั้นการที่ดัชนีแกว่งตัวผันผวน และค่อนไปในทางภูเขาสามลูกต่ำลง ย่อมเป็นหนทางที่ถูกต้องตามหลักลงทุนทุกอย่าง เพราะของมันเห็นกันตำตาว่า ตลาดหุ้นไทยขาดข่าวดีเข้ามาหนุนอย่างบูรณาการ ส่งผลให้การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,574.37 จุด บวกไป 2.36 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8 หมื่นล้านบาท เป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ และสถานการณ์ดังกล่าวก็บีบให้ฝรั่งขายหุ้นออกมาตลอดครึ่งเดือน จนยอดขายเดือนนี้มีสิทธิ์ทะลุขึ้นไปหมื่นล้านกลาง แล้วนะจ๊ะ

* คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหุ้น KBANK ทุกประการ เพราะทุกคนรู้ดีว่า ลงมากเกินไปจากราคาพื้นฐานที่โบรกฯ มอง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าช้อนหุ้นเก็บไว้ในพอร์ต เพราะเหตุการณ์ในภายภาคหน้าเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะในมุมของหนี้เสียที่กำลังผุดเป็นดอกเห็ด กลายเป็นช็อตที่ทำให้การยืนปิดที่ระดับ 114.50 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 0.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.78 พันล้านบาท มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาทันทีจ้า!

* ส่วนรายที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างหุ้น GPSC ถือเป็นช็อตที่สามารถเข้าเก็บได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องวอรี่กับอาการฮาร์ดแลนด์ดิ้งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เพราะราคาเป้าหมายที่ทุกคนมองในเวลานี้อยู่แถว ๆ 112 บาท “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ 79.25 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.91 พันล้านบาท คือโอกาสของคนที่เน้นเคาะขวาไม้หนัก ๆ ไงล่ะคะ

* เช่นเดียวกับการทะยานขึ้นของหุ้น NER จนล่าสุดขึ้นมายืนปิดที่ 8.25 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 6.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 861 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high อย่างต่อเนื่องนั้น “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะที่หุ้นต้องไปต่อแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์ขายล่วงหน้าไปถึงไตรมาส 4 ก็เดาได้ทันทีว่า กำไรต้องออกมาสวยเช้งอย่างแน่นอน จึงไม่มีอะไรต้องกลัวจริงป่ะ?..ลองไปคิดกันดูเจ้าค่ะ

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” นึกถึงหุ้น ACE ขึ้นมาด้วยเช่นกัน เพราะในมุมของสตอรี่สวย ยังมีออกมาให้ชื่นใจตลอดเวลา ผนวกกับหุ้นกำลังวิ่งขึ้นมาทดสอบยอดเดิมที่บริเวณ 4.26 บาท จึงเป็นช็อตที่น่าลุ้นเป็นอย่างมาก เพราะถ้าผ่านไปได้แบบชิล ก็ไปเจอกันอีกทีบริเวณ 4.60 บาท จึงอยากให้แฟนคลับประเมินกันว่า การยืนปิดที่ 4 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.65 พันล้านบาท น่าจัดสักไม้สองไม้ไหมเอ่ย?

* ส่วนรายที่ไล่หุ้นรอบใหม่สักระยะหนึ่งอย่าง STARK ก็เป็นอีกหนึ่งช็อตที่ได้ลุ้นสนุกอย่างแน่นอน เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ 4.20 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 0.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.18 พันล้านบาท ตีความได้ว่า หุ้นกำลังสร้างฐานเหนือเส้นแนวรับ 200 วัน และ 75 วัน ต่อจากนั้นจะถีบตัวขึ้นไปทดสอบยอดเดิมบริเวณ 4.60 บาท จึงกลายเป็นหุ้นซิ่งที่เหมาะสำหรับขาลุยพะยะค่ะ

* ตบท้ายขอเม้าท์ถึงหุ้นน้องใหม่ไฟแรงอย่าง SNNP กันสักหน่อยดีกว่า หลังผู้รู้หลายสำนักพูดถึงแนวโน้มเติบโตกันอย่างอื้ออึง โดยเฉพาะในช่วงปี 2564-2565 ถือเป็นจุดที่ยอดขายไต่ระดับขึ้นแรง เพราะมีการกระจายสินค้าออกไปใน 35 ประเทศ และเหตุนี้เองที่ทำให้กระแสข่าวพวก “กองทุน” และ “วีไอ” เตรียมกระสุนดินดำไว้ช้อปหุ้นวันที่ 20 ก.ค. แบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว จึงต้องจับตาหุ้นตัวนี้เป็นพิเศษนะคะ

Back to top button