ตลาดวาย!

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน


* จริง ๆ เดี๊ยนอยากเม้าท์ถึงเรื่อง “ตลาดหุ้น” มากกว่า “การเมือง” เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวแฟนคลับมากกว่า แต่ทันทีที่เห็นโลกออนไลน์ติด #SAVE กลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมายด้วยการทุบข้าวของ และเผาทำลายทรัพย์สินต่าง ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่า ผู้คนในปัจจุบันไม่สามารถ “แยกถูก” หรือ “แยกผิด” ออกจากกันได้ จึงเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ และหลงลืมเหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไรพะยะค่ะ

* ด้วยเหตุนี้เดี๊ยนถึงไม่เห็นใจคนที่ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองแม้แต่นิดเดียว เพราะของมันเห็นกันอยู่แล้วว่า ผลกรรมที่ได้ทำลงไปจะคืนสนองอย่างเจ็บปวดรวดร้าว และไม่เคยคิดจะนำบทเรียนของคนรุ่นก่อน ๆ ที่คลั่งการเมืองแบบสุดโต่ง (สู้แล้วรวย) จนต้องติดคุกหัวโตมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจแบบนี้ “โมนิก้า” คงบอกได้แค่ว่า รู้สึกสงสารในความอ่อนด้อยของประสบการณ์ จึงหลงเข้าไปเล่นเกมปั่นหัวของคนที่เรียกตัวเองว่า “ประชาธิปไตย” ไงล่ะคะ

* งานนี้ขอบอกไว้เลยว่า หากจะสู้กับอำนาจรัฐแบบหัวชนฝา ต้องสู้ด้วยความจริงเป็นลำดับแรก และควรเลิกพฤติกรรมระรานชาวบ้านเสียที (แนวร่วมลดฮวบ เพราะชอบโกหกเป็นนิสัย และมักทำตัวเถื่อน) “โมนิก้า” ถึงเชื่อเหลือเกินว่า บ้านเราต้องคลุกฝุ่นกับเรื่องพรรณนี้ไปอีกนาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงกับระบบเศรษฐกิจในประเทศอย่างมีนัยสำคัญนะจะบอกให้

* ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่แรงซื้อในช่วงหลัง ๆ ของตลาดหุ้นไทยเริ่มแผ่วจนน่าใจหาย เพราะมองไปทางไหน ด้านไหน ก็มีแต่ปัญหาเต็มไปหมด! ส่งผลให้นักเล่นแต่ละกลุ่มเริ่มชะลอการลงทุน เพราะมองว่า ยังมีของที่ถูกกว่าให้ซื้อในวันข้างหน้า ส่งผลให้ภาพของตลาดหุ้นไทยติดขัดไปหมดทุกอย่าง..แต่ถือว่าโชคดีมาก ๆ ที่วานนี้ดัชนีสามารถประคองตัวปิดที่ระดับ 1,538.86 จุด ลบไป 17.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.29 หมื่นล้านบาท นะจ๊ะ

* เนื่องจากเรื่องร้าย ๆ ยังถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน บวกกับอิทธิพลของตลาดหุ้นต่างประเทศยังแผ่ซ่าน จึงต้องทำตัวโอนอ่อนไปตามกระแสอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะเมื่อสำรวจความพร้อมของตัวเองที่มีอยู่ ณ เวลานี้ มันไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้เชื่อว่า เอาอยู่? ผนวกกับแนวรับแรกบริเวณ 1,550 จุดถูกแรงขายกระหน่ำจนพังทลาย จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยตกอยู่ในภาวะ “ซึมลง” เต็มตัวเจ้าค่ะ

* พิลึก..พิลั่น น่าจะเป็นเจ้าพ่อสื่อสารตัวเอ้อย่าง ADVANC กระมั๊ง! หลังบวกสวนตลาดแดงแปร๊ดขึ้นมาปิดที่ระดับ 174.50 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 1.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.11 พันล้านบาทหน้าตาเฉย แต่เมื่อดูจากแพทเทิร์นเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ. ดันเจอว่า ขึ้นแรงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือทีไร..ต่อจากนั้นม่อยกระรอกทุกที แถมมีเส้นแนวต้าน 200 วันพาดผ่ากลางกบาล และกดหัวไว้แถว ๆ 176 บาทแบบนี้ น่าเสียวไส้นะออเจ้า

* เช่นเดียวกับหุ้นยางมะตอย TASCO ซึ่งมีการเล่าขานอย่างหนาหูว่า ผลงานไตรมาส 2 น่าจะโตเกือบ 50% แต่เหตุไฉนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมากลับไม่ตอบรับข่าวดีดังกล่าว แถมแพทเทิร์นของหุ้นก็ออกไปในแนวเทพม้วน (วนไปวนมา) และมีกรอบวิ่งที่ชัดเจนตรงบริเวณ 18-21 บาท จึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ 19.70 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 791 ล้านบาท ของจริงอ่ะป่าว? หรือแค่มาเล่น ก็ว่ากันไปนะตัวเอง!

* ส่วนรายที่เป็นของแท้แน่นอน และกำลังยกฐานสูงขึ้นแบบช้า ๆ “โมนิก้า” คงต้องเหลือบมองไปที่หุ้น NEX มากกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ เพราะไทม์ไลน์ส่งมอบรถก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้ผลงานปีนี้เทิร์นอะราวด์เต็มตัว และในปีหน้าจะอยู่ในช่วงโกรทสุด เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับมองราคาปิดที่ 7.90 บาท บวกไป 0.65 บาท หรือขึ้นไป 9% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 300 ล้านบาท เทียบกับเป้าหมายที่ให้ไว้แถว 12 บาท มันเป็นเรื่องเมคเซ้นส์ไหมล่ะจ๊ะ

* คล้ายกับอาการที่เกิดขึ้นกับพ่อดอกมะลิ JAS อย่างไรอย่างนั้นเลย เพราะการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.96 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 4.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 188 ล้านบาท ทั้งที่ตลาดหุ้นแดงเถือกทั้งกระดาน มันเป็นจังหวะที่ขาลุยต้องตามไปดูแบบเลี่ยงไม่ได้  แถมสตอรี่ที่ทุกคนรับรู้กันมาระยะหนึ่งก็คือ กำไรพิเศษ! จึงเป็นช็อตที่ต้องดูกันยาว ๆ ว่า เที่ยวนี้จะซัดขวากันนานไหม?..อิอิอิ

* ป.ล.วานนี้กองทุนองค์ลงแบบสุดลิ่ม เลยจัดการเคาะซ้ายแบบรัว ๆ มากถึง 5.41 พันล้านแบบนี้ น่าจะทำให้หุ้นไทยไม่มีแรงผงกหัวอีกสักพักเลยแหละ!..ทราบแล้วเปลี่ยน..อิอิอิ

Back to top button