เปิดหุ้นวิ่งจี๊ดจ๊าด!

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเดือน ก.ค. มักเป็นการปรับตัวขึ้นแบบผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจเป็นการเข้าไปเก็งกำไร


เส้นทางนักลงทุน

เดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา! บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นขาลง เนื่องจากดัชนี ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 1,587.79 จุด แล้วหลังจากนั้นค่อย ๆ อ่อนลงมาจนถึงวันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 1,521.92 จุด ลดลง 65.87 จุด หรือลงไป 4.15%

ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการกระจายตัวจนทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาเกือบสองหมื่นราย และมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทำให้รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ในการควบคุมโรค 13 จังหวัดเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ก่อให้เกิดความกังวลเศรษฐกิจประเทศไทยถดถอย

ผลดังกล่าวทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยไม่สู้ดีนัก ทำให้ช่วงดังกล่าวเกิดแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นรายตัวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นข่าวหุ้นธุรกิจจึงเฟ้นหาหุ้นที่ราคาสามารถปรับตัวขึ้นได้ในช่วงดังกล่าวของกลุ่ม SET สวนทางดัชนีที่เป็นขาลง “ชนะดัชนี” นั่นเอง

สำหรับหุ้นที่ราคาปรับตัวเกิน 10% ในช่วงเดือน ก.ค. 2564 ได้แก่ AEC, TEAM, APURE, JUTHA, 7UP, AS, NEX, APCO, JTS, RPH, CMR, SCM, EE, DTAC, KKC, VNG, BGC, RJH, ASIAN, KTIS, LPH, AJA, VIH, EKH, BCH, NSL, SOLAR, NER, TU, LANNA, SCGP, PSL, UVAN, SLP, THG, GLOBAL, BCPG, GFPT และ EPG

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากตารางประกอบ จะเห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงเกิน 50% มีจำนวน 5 บริษัท ซึ่งเป็นหุ้นจี๊ดในรอบนี้ ที่มีการปรับตัวขึ้นร้อนแรงผิดหูผิดตาหากย้อนอดีต

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AEC โดยราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 8.15 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 1.77 บาท เพิ่มขึ้น 6.38 บาท หรือ 360.45% โดยช่วงดังกล่าวมีการซื้อขายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบกับเป็นการเข้าเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคในช่วงขาขึ้น ส่วนปัจจัยบวกในช่วงดังกล่าวไม่มีประเด็นอะไรเข้ามาสนับสนุน

บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM โดยราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 4.84 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 2.80 บาท เพิ่มขึ้น 2.04 บาท หรือ 72.86% โดยเป็นการเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้ว่าจะไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนก็ตาม

บริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE โดยราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 7.80 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 4.52 บาท เพิ่มขึ้น 3.28 บาท หรือ 72.57% ซึ่งมีปัจจัยบวกรับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ส่งออกโดยเฉพาะข้าวโพดหวาน ประกอบกับทางนักวิเคราะห์มองแนวโน้มปี 2564 เติบโตเด่น เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าหนุนรายได้จากการส่งออก

เบื้องต้นคาดว่ารายได้ปี 2564 เติบโต 35-40% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตลาดข้าวโพดจากต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง และจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตปี 2564-2565 เพิ่มขึ้น คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2564 อยู่ในกรอบ 6%

บริษัท จุฑานาวี จำกัด (มหาชน) หรือ JUTHA โดยราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 1.64 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 0.99 บาท เพิ่มขึ้น 0.65 บาท หรือ 65.66% ซึ่งเป็นการเก็งกำไรเป็นรอบ ๆ ในระยะสั้น ส่วนปัจจัยบวกยังไม่มีเข้ามาสนับสนุน

บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP โดยราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ก.ค. 2564 ปิดที่ระดับ 3.14 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ปิดที่ระดับ 1.91 บาท เพิ่มขึ้น 1.23 บาท หรือ 64.40% โดยช่วงดังกล่าวมีการซื้อขายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบกับมีการคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 จะออกมาดี รวมทั้งเป็นการเข้าเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น

ส่วนรายละเอียดราคาหุ้นตัวอื่น ๆ สามารถดูได้จากตารางประกอบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเดือน ก.ค. มักเป็นการปรับตัวขึ้นแบบผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจเป็นการเข้าไปเก็งกำไรในหุ้นที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหว

ดังนั้น ใครไม่ชอบความเสี่ยงก็ควรระวัง!!!!

Back to top button