“กัณฑรา” มอง SET แกว่งกรอบ 1,330-1,430 จุด ชูหุ้นเด่น GULF-CPF-MTC น่าสะสม

“กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” มอง SET ยังแกว่งในกรอบ 1,330–1,430 จุด จากแรงกดดันตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน แต่การเมืองในประเทศเริ่มชัดช่วยประคองตลาด แนะใช้จังหวะหุ้นอ่อนตัวทยอยสะสม ชู 6 หุ้นเด่น GULF, BDMS, CPALL, CPF, MTC และ NSL รับตลาดผันผวน


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการเจาะตลาดข่าวหุ้น(13 มี.ค. 2569) ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังเคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยแม้ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 20 จุดในช่วงท้ายตลาดวันก่อนหน้า แต่ยังเป็นการฟื้นตัวที่ต้องติดตามความต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ที่ชัดเจนมากนัก

ทั้งนี้ มองว่ากรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันจากสงครามยังอยู่ที่บริเวณแนวรับ 1,330-1,340 จุด และแนวต้าน 1,430 จุด ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนควรใช้เป็นกรอบประเมินจังหวะลงทุนในระยะนี้ โดยหากดัชนีอ่อนตัวลงแรงเข้าใกล้แนวรับดังกล่าว จะเริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาดค่อนข้างชัด

สำหรับบรรยากาศการลงทุนในวันศุกร์ มองว่านักลงทุนจำนวนหนึ่งอาจเลือกขายลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื่องจากกังวลว่าอาจมีปัจจัยลบใหม่เกิดขึ้นระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งตามสถิติแล้ว ตลาดหุ้นในวันจันทร์มักเผชิญแรงกดดันจากการรับข่าวสะสมในช่วงวันหยุด อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในรอบนี้ถือว่ามีสัญญาณดีกว่าหลายช่วงที่ผ่านมา เพราะยังเห็นแรงซื้อจากกองทุนในประเทศเข้ามาสนับสนุน และสะท้อนว่าตลาดยังมีความพยายามฟื้นตัว

นายกัณฑรา ระบุว่า ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งปัจจุบันเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเล็กน้อย โดยประเมินว่า หากราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในกรอบประมาณ 95-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตลาดยังพอรับได้ แต่หากยืนเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเริ่มสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน แนะนำนักลงทุนให้ติดตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศควบคู่กับราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตลาดยุโรปในช่วงบ่าย เนื่องจากพบว่าทุกครั้งที่ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลง ดัชนีตลาดหุ้นไทยมักมีโอกาสฟื้นตัวสวนทางขึ้นมาได้

ส่วนปัจจัยการเมืองภายในประเทศ มองว่าเป็นแรงหนุนสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุน หลังเริ่มเห็นไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการเลือกประธานสภาและขั้นตอนนำไปสู่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งความชัดเจนดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และทำให้ตลาดมองเชิงบวกมากขึ้น โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่สามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพยาวพอสมควร ก็จะเป็นผลดีต่อนโยบายเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน นายกัณฑราแนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนเป็นรายตัวมากกว่ามองเป็นภาพกว้างทั้งตลาด และใช้จังหวะตลาดอ่อนตัวเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยเฉพาะเมื่อดัชนีปรับลงแรงเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ 1,330-1,340 จุด เนื่องจากประเมินว่าตลาดเริ่มมีฐานรองรับในระดับดังกล่าว

สำหรับหุ้นเด่นที่กัณฑราให้น้ำหนักในเดือนมีนาคม ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL ซึ่งมองว่ายังเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจในภาวะตลาดผันผวน โดยเน้นกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในวันที่ตลาดปรับขึ้นแรง

Back to top button