DOD ด้อยค่า..พาขาดทุน

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดูเหมือนหุ้นบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD จะฮอตปรอทแตก ทั้งจากงบไตรมาสแรกที่ทำได้ดี โชว์กำไรโตแบบก้าวกระโดด...ผนวกกับกระแสกัญชง-กัญชาฟีเวอร์ (หลังจากอย.ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด และใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ขณะที่กัญชงปลดล็อกให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้) ทำให้มีแรงเข้ามาเก็งกำไรกันคึกคัก...


ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดูเหมือนหุ้นบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD จะฮอตปรอทแตก ทั้งจากงบไตรมาสแรกที่ทำได้ดี โชว์กำไรโตแบบก้าวกระโดด…ผนวกกับกระแสกัญชง-กัญชาฟีเวอร์ (หลังจากอย.ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด และใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ขณะที่กัญชงปลดล็อกให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้) ทำให้มีแรงเข้ามาเก็งกำไรกันคึกคัก…

พร้อมกับถูกคาดหมายว่าผลงานในไตรมาส 2 ปีนี้ ต้องเริ่ดหรูอลังการงานสร้างแน่ ๆ..!?

แต่พอ DOD ประกาศงบไตรมาส 2/2564 ออกมาหงายเงิบกันเป็นแถว เพราะไม่ใช่แค่กำไรลดนะ แต่ถึงขั้นพลิกมาขาดทุน 57 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท

ส่งผลให้งวดครึ่งปีแรก พลิกมาขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท

กลายเป็นบาดแผลในงบการเงินของ DOD

เรียกว่าสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังไว้ก่อนหน้านี้พังทลายในพริบตา ก็เลยเกิดปรากฏการณ์เทขายหุ้น DOD กันจ้าละหวั่น ส่งผลให้เมื่อวันพุธที่ 11 ส.ค. ราคาทรุดไป 5.88%

ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับ DOD กันล่ะเนี่ย..!?

ต้นตอหลักของการพลิกมาขาดทุนครั้งนี้ มาจากบริษัทมีขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกในไตรมาสนี้จำนวน 86.91 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทย่อยสองแห่ง ประกอบด้วยธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเครือข่ายได้หยุดดำเนินกิจการ ส่งผลให้ต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยลูกหนี้และลูกหนี้อื่น ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ และค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร

ที่จริงธุรกิจเครื่องสำอางถูกคาดหมายไว้ว่าจะเข้ามาช่วยเติมเต็มทางธุรกิจของ DOD จากเดิมมีแค่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นกลุ่มสุขภาพภายใน (กิน) ก็เพิ่มมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ เป็นกลุ่มสุขภาพภายนอก (ทา) เข้ามา

เป็นการขยายฐานธุรกิจสวยภายในไปสู่ภายนอก ซึ่งในแง่ของกลยุทธ์ไม่ผิดนะ..!!

แต่พอมาเจอสถานการณ์ไม่ปกติอย่างนี้ ทำให้ตลาดไม่บูมเหมือนก่อน กำลังซื้อหดหาย แถมยังต้องปิดเชลฟ์ในห้าง ก็เลยต้องหยุดกิจการ และตามมาด้วยการตั้งด้อยค่า จำนวน 86.91 ล้านบาท อย่างที่เห็น…

เพราะหาก DOD ยังฝืนรันธุรกิจเครื่องสำอางต่อไป ในแง่ของอีโคโนมีออฟสเกลอาจไม่ได้ ก็จะเจอแรงกดดันเป็นรอยแผลไปเรื่อย ๆ เนื่องจากต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ส่วนนี้ไปเรื่อย ๆ

ก็เลยต้อง “ยอมเจ็บ…เพื่อจบ”..!!

จึงเป็นที่มาของตัวเลขขาดทุน 57 ล้านบาทในไตรมาสนี้…

ทั้ง ๆ ที่ในแง่ของรายได้จากการขายในไตรมาสนี้ DOD ยังทำได้ดี อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.94% บวกกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 25.80% อยู่ที่ 102 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 41.52% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 36.29%

หันไปดูกำไรจากการดำเนินงานก็ทำได้ดีอยู่ที่ 73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32.63%

แหม๊…อุตส่าห์ทำดีมาตั้งแต่ต้น แต่บรรทัดสุดท้ายกลับขาดทุนซะงั้น…อย่างนี้ก็เสียเหลี่ยมลูกกำนันน่ะสิ..!!

ขณะที่อีกประเด็นที่เป็นความหวังที่จะกระตุ้นเซนติเมนต์หุ้น DOD เป็นตัวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกัญชง-กัญชา ซึ่งต้องติดตามว่าตัวนี้จะกลับมาได้เร็วแค่ไหน..? หรือต้องเลยเถิดไปถึงไตรมาส 4 หรืออาจลากยาวไปต้นปีหน้า…

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง…คงต้องบอกว่า โกยเถอะโยม..!!

…อิ อิ อิ…

Back to top button