โหดส่งท้ายปี

*ต้องยอมรับว่า สถานการณ์หลายอย่างกลับตาลปัตรไปหมด เพราะวันที่ควรจะเกิดขึ้นคริสต์มาสแรลลี่ ตลาดหุ้นดันแสดงอาการหงอยเหงา


*ต้องยอมรับว่า สถานการณ์หลายอย่างกลับตาลปัตรไปหมด เพราะวันที่ควรจะเกิดขึ้นคริสต์มาสแรลลี่ ตลาดหุ้นดันแสดงอาการหงอยเหงา แต่คล้อยหลังวันเดียวก็เล่นแบบเถิดเทิง ครั้นถึงวันที่ฝรั่งหยุดซื้อ ดันกลายเป็นซื้อหนัก ส่งผลให้ข่าวที่เม้าท์ให้แซ่ดเมื่อวันก่อน ไม่จริงเลยสักอย่าง! เดี๊ยนจึงต้องออกมาแจกแจงรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เซอร์ไพร้ซขนาดไหนพะยะค่ะ

*บทสรุปที่ได้คือ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เหมือนอย่างที่เดี๊ยนคิด เพราะเมื่อย้อนดูปรากฏการณ์เมื่อปีก่อน..ก็แรงจริงเสียด้วย “โมนิก้า” เลยเข้าใจเหตุผลที่ดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,641.52 จุด บวกไป 5.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.31 หมื่นล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องที่เคยย้ำกับแฟน ๆ ว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะของการทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต และบางครั้งก็ต้องทำตัวโหนกระแสไปกับภาวะการลงทุนบ้างนะตัวเอง

*งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ยังมีหุ้นทีเด็ดที่จะเปล่งแสงในปีหน้าหลายตัว ซึ่งมีทั้งหุ้นพื้นฐานแกร่ง หุ้นโกรทสต๊อก หุ้นปันผลดี และหุ้นเก็งกำไร ให้แฟนคลับได้เลือกช้อปกันไม่อั้นเลยทีเดียว “โมนิก้า” จึงพยายามพูดถึงหุ้นหลายรูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเล่นขาประจำ เพราะหุ้นกลายตัวถึงวงรอบของการ take profit แต่บางตัวเพิ่งเป็นวงรอบของ take off จึงอยากให้แฟนคลับประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไงล่ะคะ

*เหมือนกับแรงขายที่เกิดขึ้นกับน้าเน็กซ์ NEX ตลอดการเทรดวานนี้ ก็เป็นเรื่องของการทำกำไร หลังราคาหุ้นขึ้นมาราว ๆ 200% นับตั้งแต่กลางปี “โมนิก้า” จึงอยากให้แฟนคลับจับตาดูต่อไปว่า การลงมายืนปิดที่ 19 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 11.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 908 ล้านบาท ใช่จุดที่นักเล่นต้องเข้าไปช้อนไหม? รวมทั้งความคาดหวังจะได้เห็นอะไรพิเศษในไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปีหน้า..ก็ยังหวังได้ใช่ไหม ลองไปคิดดูนะจ๊ะ

*เมื่อตัวแรงของกลุ่มลงแรงแบบไม่คาดคิด ย่อมทำให้หุ้นที่ตัวติดกันอย่าง BYD โดนกระหน่ำขายอย่างหนักด้วยเช่นกัน พร้อมกับมีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินว่า จบรอบ! ก็เป็นเรื่องที่นักเล่นต้องรับสภาพให้ได้ เพราะหุ้นตัวนี้ขึ้นมาเยอะเหลือเกินในช่วงเดือนครึ่ง และการลงมายืนปิดที่ระดับ 17.50 บาท ลบไป 3.70 บาท หรือลงไป 17.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.21 พันล้านบาท ก็เป็นจุดวัดใจว่า กล้าเก็บไหม..อิอิอิ

*หุ้นอีกหนึ่งตัวที่อยู่ในโหมดไซด์เวย์ดาวน์นับตั้งแต่ต้นปี “โมนิก้า” คงเทน้ำหนักไปที่หุ้นนายหน้าประกัน TQM เพื่อชี้ให้เห็นราคาหุ้นช่วงต้นปีอยู่ที่ระดับ 140 บาท แต่สถานการณ์วานนี้ยืนปิดที่ระดับ 97.50 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 177 ล้านบาท น่าจะเป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่า ธุรกิจเลยจุดพีกมานานแล้ว ต่อจากนี้เป็นแค่การประคองตัวธุรกิจไม่แย่ลงไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมันเห็นกันเต็มตาว่า ไตรมาสธุรกิจประกันพังยับเยินแค่ไหนเจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่เริ่มสตาร์ทรอบใหม่อย่าง JMT ยังเป็นทีเด็ดสำหรับคนที่มองอะไรยาว ๆ เพราะสตอรี่ในการทำกำไรมันชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะในมุมของซื้อหนี้เข้าพอร์ตล็อตแรกในระดับ 6 หมื่นล้าน มันคือตัวขับเคลื่อนกำไรปีหน้าโตกระหึ่มแบบนี้กระมัง! เดี๊ยนถึงเห็นบางสำนักปรับเป้าขึ้นไปแตะ 80 บาท จากเดิมที่เคยให้ไว้แถว 77 บาท เลยทำให้ราคาปิดที่ระดับ 67.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 0.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 655 ล้านบาท มันน่าจัดสักดอกนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TTB ซึ่งทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.43 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.55 พันล้านบาท ก็เป็นช็อตที่น่าตามไปดูแบบไม่มีอะไรต้องกังขา เพราะในมุมของ BV 2.15 บาท มันทำให้ราคาปิดเมื่อวานนี้ลงทุนได้สบาย ๆ หรือมองในมุมของ PE 14 เท่า ก็เป็นระดับที่เซฟโซนสุด ๆ หรือแม้กระทั่งในช่วงเหตุการณ์ปกติก็เทรดกันแถว ๆ 2.20 บาท เลยไม่มีอะไรต้องกลัวเลยนะพ่อคุณ!

*คล้ายกับหุ้นที่เพิ่งโดนรับน้องแบบจัดเต็มอย่าง NV ก็กลายเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองอาหารเสริมมักโตแรงในช่วงเทศกาลสำคัญ บวกกับค่าแอร์ไทม์ในการโฆษณาก็ลดลงต่อเนื่อง “โมนิก้า” จึงเลยเชื่ออย่างสนิทใจว่า ผลงานของหุ้นตัวนี้น่าจะไปได้สวยในไตรมาส 1 ผสานกับการที่หุ้นยืนปิดที่ 6.70 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 9.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 527 ล้านบาท ก็เป็นระดับที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอ 6.90 บาท จึงกลายเป็นช็อตที่ทำให้ต้นทุนการเล่นของทุกคนเท่ากันจ้า!

Back to top button