หุ้นแบงก์ในโซนปลอดภัย

กระแส “แบงก์ รัน-แบงก์ล้ม” ทั้งในอเมริกาและยุโรป ส่งผลสะเทือนจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในภูมิภาคอื่นตามมา แต่โชคดีที่ปัญหาไม่ยืดเยื้อ


กระแส “แบงก์ รันแบงก์ล้ม” ทั้งในอเมริกาและยุโรป ส่งผลสะเทือนจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในภูมิภาคอื่นตามมา แต่โชคดีที่ปัญหาไม่ยืดเยื้อเพราะทางการสหรัฐฯ และสวิตฯ โดดเข้าอุ้มเงินฝาก 100% ช่วยยับยั้งความตระหนกตกใจได้ทันเวลา

กับอีกประการหนึ่ง การที่ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกระแทกรุนแรงจากซิลิคอน แวลเลย์ แบงก์ที่หุ้นร่วง 3 วันติดเกือบ 90 จุด และเครดิต สวิสบ้าง เมื่อมาตั้งสติพินิจพิจารณาอะไรดี ๆ แล้ว ก็ไม่เห็นจุดเชื่อมโยงด้านธุรกรรมกับระบบสถาบันการเงินไทยเราสักเท่าไหร่นัก

อาการ “โอเวอร์ รีแอค” จึงดำรงคงอยู่ได้ไม่นานนัก

ว่าไปแล้ว ระบบสถาบันการเงินไทยในรอบ 2 ทศวรรษครึ่งมานี้ นับว่ามีความยืดหยุ่นในระดับสูงมากนะครับ จากคนสิ้นไร้ไม้ตอกในช่วงต้มยำกุ้ง พัฒนาการมาสู่การเป็นสถาบันภายใต้เกณฑ์ “บาเซิล 3” อันเข้มงวดยิ่ง และต้องปรับตัวอย่างมากในช่วงล็อกดาวน์ประเทศจากภัยโควิดปี 63-64 รวม 2 ปีเต็ม ๆ

ยอมยกเลิกเกณฑ์จัดชั้นหนี้ด้อยคุณภาพตาม “ไฟเขียว” ของแบงก์ชาติ ใช้การปรับโครงสร้างหนี้ตามกำลังของลูกหนี้แทนทั้งพักหนี้ยืดหนี้ลดหนี้ ส่วนลูกหนี้ที่มีกำลัง ก็ยังคงผ่อนชำระไปตามปกติ มันก็ผ่านมาได้แฮะ

รายได้ที่ลดลง และหนี้ด้อยคุณภาพที่น่าจะเพิ่มขึ้น ก็ชดเชยด้วยการตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL Coverage ratio) ให้สูงขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันความแข็งแกร่งในการตระเตรียมรับมือกับความเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2565 ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) 19.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 8.5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 อันเป็นส่วนของเจ้าของเสียด้วย

สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (Liquidity Coverage ratio) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 197.3% มีหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ในระดับต่ำที่ 2.73% และเงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพในระดับ 171.9%

นั่นหมายถึง การปล่อยสินเชื่อ 100 บาท ธนาคารจะต้องตั้งสำรองถึง 171.90 บาทเลยทีเดียว

ในขณะที่ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย มีความแข็งแกร่งในระดับที่เพียงพอต่อการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเลวร้ายในอนาคตได้ ราคาหุ้นธนาคารพาณิชย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เวลานี้ ก็มีระดับราคาที่ต่ำลงมามาก

ล้วนมีราคาต่ำกว่าบุ๊กหรือมูลค่าทางบัญชี (P/BV ต่ำกว่า 1) P/E ก็ต่ำ และให้ผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่น่าพอใจ

ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอาทิ KBANK ราคา 130.50 บาท พี/อี 8.74 เท่า P/BV 0.62 เท่า และยีลด์ 3.03%, SCB ราคา 101.50 บาท P/E 9.15 เท่า P/BV 0.74 เท่า และยีลด์ 6.56%,

BBL ราคา 152 บาท P/E 9.87 เท่า P/BV 0.57 เท่า และยีลด์ 2.97%, KTB 17 บาท P/E 6.97 เท่า P/BV 0.62 เท่า และยีลด์ 4.06% และ TTB ราคา 1.38 บาท P/E 9.27 เท่า P/BV 0.60 เท่า และยีลด์ 5.37%

หุ้นแบงก์ยังรอได้อีกหน่อยเผื่อความผันผวน แต่ก็ควรขึ้นจอเรดาร์เพื่อเข้าลงทุนได้แล้วล่ะ

Back to top button