
“ดาวโจนส์” เด้งเกือบ 200 จุด ขานรับ “อิสราเอล-อิหร่าน” ประกาศยุติการโจมตี
ดาวโจนส์พุ่ง 182 จุด หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีระหว่างกันตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หนุนตลาดคลายกังวลตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนจับตา CPI สหรัฐ การประชุมเฟด และประเด็น SpaceX IPO
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มิ.ย.69) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นกว่า 100 จุด หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีระหว่างกัน ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โดย ณ เวลา 21:06 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 182.00 จุด หรือ 0.36% มาอยู่ที่ระดับ 51,116.00 จุด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดช่วงบวกลง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลาย ภายหลังทั้งสองฝ่ายตอบรับคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้ยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที
สื่อรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยุติการโจมตีอิหร่านตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิสราเอลเตือนว่า อิสราเอลอาจโจมตีทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอลต่อไป
ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่า กองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้วเช่นกัน แต่ยังเตือนว่าอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนต่อไป
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของทั้งสองฝ่ายมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกร้องให้อิสราเอลและอิหร่านยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายต่างต้องการหยุดยิง ขณะที่การเจรจาขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสันติภาพยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า มาตรการปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบและเข้มงวดต่อไป จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย พร้อมคาดว่ากระบวนการดังกล่าวน่าจะเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ของสหรัฐ ประจำเดือนพฤษภาคมในวันพุธนี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด
ผลสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.8% ในเดือนเมษายน ส่วนเมื่อเทียบรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ชะลอลงจากระดับ 0.6% ในเดือนก่อนหน้า
สำหรับดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเมษายน และเมื่อเทียบรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% จากระดับ 0.4% ในเดือนก่อนหน้า
นอกจากนี้ เฟดได้เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือ Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ FOMC ในวันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 โดยมีข้อกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม เพื่อชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย รวมถึงส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายน ขณะเดียวกัน นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม
อีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือ การเปิดตัวซื้อขายหุ้นของบริษัทสเปซเอ็กซ์ หรือ SpaceX ของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์นี้ โดยคาดว่าการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO ของ SpaceX อาจเป็นหนึ่งในการทำ IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบสำคัญต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

