ข่าวร้อน..ปมฉาว

เริ่มต้นเดือนใหม่แทนที่จะมีข่าวดีเพื่อทำให้นักลงทุนรู้สึกชื่นใจเยอะ ๆ แต่เอาเข้าจริงดันกลายเป็นว่า นักลงทุนสนใจข่าวร้ายมากกว่าหลายเท่า


เริ่มต้นเดือนใหม่แทนที่จะมีข่าวดีเพื่อทำให้นักลงทุนรู้สึกชื่นใจเยอะ ๆ แต่เอาเข้าจริงดันกลายเป็นว่า นักลงทุนสนใจข่าวร้ายมากกว่าหลายเท่า ส่งผลให้การขึ้นของดัชนีในแต่ละวันต้องมีสตอรี่เข้ามาซัพพอร์ตจริง ๆ ไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการ “พุ่งแรงแล้วย่อตัว” เป็นประจำ แต่โชคดีที่จุดต่ำสุดของการย่อตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นไทยเป็นลักษณะ “ไซด์เวย์อัพ” ไงล่ะตัวเอง

ฉะนั้นการที่ดัชนีแกว่งตัวตลอดทั้งวัน ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 1,550.28 จุด ลบไป 5.78 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.49 หมื่นล้านบาท จึงกลายเป็นเหตุการณ์ธรรมดาของตลาดหุ้นไทย เพราะสตอรี่ที่ใช้บิ้วอารมณ์นักลงทุนผูกติดกับเรื่องการเมืองไปแล้ว วันนี้ถึงต้องโฟกัสไปที่สูตรจัดตั้งรัฐบาลจะออกมาแนวไหน? หลังตัวละครเอกทางการเมืองยังเล่นบทแทงกั๊กอยู่ร่ำไป จึงไม่รู้ว่า สัปดาห์นี้จะได้นายกฯ คนที่ 30 อ๊ะป่าว?

ประเด็นดังกล่าวดันมาประจวบเหมาะกับเรื่อง “ตั๋วปารีส” แบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะไอ้โม่งที่บรรดาขาเผือกขุดคุ้ยประวัติฉาวกันอย่างเมามันนั้น ดันกลายเป็นผู้บริหารหนุ่มที่เคยถูกยกให้เป็นบริษัทพลังงานดาวรุ่ง และมีความฝันที่จะนำบริษัทของตัวเองเข้าตลาดหุ้น แต่ดันมาเกิดเหตุการณ์สะดุดขาตัวเองขึ้นมาเสียก่อน ส่งผลให้ทุกอย่างมลายหายไปในทันที แต่ก็กลายเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อมีการตีแผ่นักการเมืองสีส้มอย่าง “เสี่ยเอก” ร่วมถือหุ้นอยู่ด้วยน่ะซี

ที่น่าสนใจต่อมาก็คือ ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ปรากฏข่าว  ศาลอังกฤษตัดสินให้ “นพพร” ผู้ก่อตั้ง บ.วินด์ เอนเนอร์ยี่ และเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ชนะคดีโกงค่าหุ้นโรงไฟฟ้า พร้อมกับให้ “ณพ” และพรรคพวกรวม 14 คน ต้องชดใช้เงินค่าหุ้นกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการปิดมหากาพย์คดีที่ยืดเยื้อนานถึง 9 ปีแบบนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนในสังคมได้เห็นข้อเท็จจริงครบทุกมิติแล้วนะจ๊ะ

โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้คนในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนคิดแบบนั้น ล้วนมาจากคำบรรยายของคดีความได้ชี้ให้เห็นพฤติกรรมอำพรางได้อย่างชัดเจน และผลของคำตัดสินที่อังกฤษน่าจะทำให้คดีต่าง ๆ ที่มีการฟ้องร้องกันอีรุงตุงนังก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มออกไปทางไหนมากกว่ากัน? “โมนิก้า” ถึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า ในไม่ช้าความจริงจะปรากฎให้ทุกคนได้เห็นทีละเรื่องสองเรื่องพะย่ะค่ะ

วิบากกรรมทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่ “ณพ” แบบจัดเต็มทุกดอก และยังพุ่งตรงไปหา “คุณหญิงกอแก้ว” ในคราวเดียวกัน เพราะยังมีศึกในตระกูลณรงค์เดชที่ทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่า ปลอมลายเซ็น “ดร.เกษม” และคดีก็อยู่ในชั้นอุทธรณ์เสียด้วย “โมนิก้า” ถึงมองว่า ประเด็นข้างต้นล้วนเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป และทั้งคู่จะเดินเกมสู้คดีอย่างไร? หลังคดีความต่าง ๆ ยังยาวเป็นหางว่าวนะตัวเอง

อีกรายที่กลายเป็นเป้าสายตาของสังคมต้องมองไปที่ “วีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง “บริษัท วีระวงศ์ ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ จำกัด” หรือ WCP ก็เข้าไปเอี่ยวในฐานะจำเลยลำดับที่ 13 ของมหากาฬโกงค่าหุ้นแบบนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการสำนักงานกฎหมายอย่างแรง เพราะคนนี้เป็นที่นับหน้าถือตาในแวดวงธุรกิจมายาวนาน แต่สุดท้ายกลายเป็นคนที่ร่วมขบวนการเสียอย่างนั้น!..คุณพี่จึงควรมีคำตอบให้กับสังคมด่วนจี๋!

เนื่องจากเนื้อหาที่ศาลอังกฤษใช้บรรยายความได้มีการอ้างถึงคุณหญิงกอแก้วใช้ “ดร.เกษม” เพื่อมาเป็นตัวแทนของเธอเพราะ “สถานการณ์ค่อนข้างเร่งด่วน  และเขาคือพ่อของ ณพ รวมถึงกระบวนการของ ธ.ไทยพาณิชย์ ในเรื่อง KYC” แต่ข้อมูลดังกล่าวก็ถูกหักล้างด้วยคำให้การของ “ณพ” ซึ่งยอมรับในศาลระหว่างที่มีการซักค้านว่า ไม่ได้แจ้งทนายของฝั่งตัวเองว่า คุณหญิงกอแก้วเป็นผู้ถือหุ้นตัวจริงในการโอนหุ้นของ “ดร.เกษม” เจ้าค่ะ

ตรงนี้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ศาลเห็นว่า “ข้อตกลงตัวแทน ดร.เกษม ที่มี “วีระวงค์” ทำหน้าที่เป็นผู้ร่างสัญญา ถูกร่างขึ้นมาจากความไม่ซื่อสัตย์” และเมื่อศาลชี้มูลออกมาในลักษณะนี้ ก็ทำให้มือกฎหมายคนดังกล่าวต้องไขก๊อกออกจากการเป็นบอร์ดบริษัทต่าง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบชื่อเสียงของบริษัทที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่!..เหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ผู้คนในสังคมใคร่อยากรู้สถานการณ์ของตัวละครทั้ง 3 รายต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?..อิอิอิ

Back to top button