‘ขาดดุลแฝด’ มาถึงแล้ว

ภาวะ “ขาดดุลแฝด” ที่เป็นสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจ เดินทางมาถึงไทยเราแล้วนะจ๊ะ รัฐบาลต้องหาทางรับมือให้ดี ข้อแรกคือ อย่าใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย


เงินบาทอ่อนยวบ ทะลุ 36 บาท/ดอลลาร์ไปแล้ว นอกจากเงินไหลออกจากตลาดทุน ตลาดเงิน ไปสู่แหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ยังควรต้องพิจารณาถึงมิติด้านการบริหารเศรษฐกิจและการเงินการคลัง ที่ขณะนี้มีแนวโน้มลดแลกแจกแถมกันแหลก

ไหนจะนโยบายแจกกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทเอย นโยบายลดราคาน้ำมันและลดค่าไฟเอย ล้วนแล้วแต่ต้องมีต้นทุนสูงมาแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น นั่นคือ ความตึงตัวด้านงบประมาณ และจะบานปลายไปสู่ปัญหาการก่อหนี้สาธารณะ ในขณะที่ประเทศต้องประสบปัญหาขาดดุลการค้าต่อเนื่อง

อันตรายที่สุดก็คือ ประเทศจะประสบปัญหาการ “ขาดดุลแฝด” นั่นคือ การขาดดุลการคลังหรือดุลงบประมาณ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไปพร้อม ๆ กัน อันเป็นอันตรายต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างยิ่ง 

ต้องกลายเป็นประเทศที่แบกภาระหนี้สินสูง อาจจะบานปลายไปสู่ปัญหาขาดดุลบัญชีทุน ที่เงินทุนไหลออกมากกว่าเงินทุนไหลเข้า และนำไปสู่การขาดดุลชำระเงิน ที่ประเทศขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินบาทจะอ่อนแอเกินธรรมชาติปกติ

ดุลบัญชีเดินสะพัด ประกอบด้วย ดุลหลัก 2 ดุล คือดุลการค้า และดุลบริการ 

ข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯ ยืนยันว่า การส่งออกของไทยหดตัวมา 3 ไตรมาสแล้ว อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า หดตัวลง

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) มูลค่าการส่งออกรวม 163,313.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวลงร้อยละ 5.5 มูลค่านำเข้ารวม 171,598.9 ล้านเหรียญฯ หดตัวลงร้อยละ 4.7 ช่วง 7 เดือนแรกขาดดุลการค้า 8,285.3 ล้านเหรียญฯ

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด สภาพัฒน์ฯ รายงานว่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 66 มียอดดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลทั้งสิ้น 1.9 พันล้านดอลลาร์ (6.4 หมื่นล้านบาท) ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 2.2 แสนล้านเหรียญฯ และหนี้สาธารณะมีมูลค่าทั้งสิ้น 10.9 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 61.1 ของจีดีพี

ส่วนดุลการคลังพบว่า ประเทศไทยจัดทำงบประมาณขาดดุลแบบต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 10 ปีงบประมาณแล้ว แนวโน้มก็ยังจะขาดดุลงบประมาณหนักยิ่งขึ้นไปอีก

ของขวัญ” รับรัฐบาลใหม่ ที่ลดราคาดีเซลลงมาใต้ระดับ 30 บาท/ลิตร ทำให้กองทุนน้ำมันฯ นำเงินเข้ามาอุ้มเพิ่มอีก 0.16 บาท จาก 6.42 บาทเป็น 6.58 บาท/ลิตร และปรับลดค่าการตลาดน้ำมันลงอีก 0.52 บาท จาก 2.3870 บาทเป็น 1.8669 บาท/ลิตร

หุ้นค้าน้ำมันอย่างปตท. บางจาก ฯลฯ ร่วงผล็อยกันเป็นแถว

สถานะกองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันยังติดลบอยู่ 61,641 ล้านบาท ก็ยังคงต้องเป็นตัวแดงต่อไป โดยเร็ว ๆ นี้ คาดว่ารัฐบาลจะให้ของขวัญแก่ผู้ใช้เบนซินบ้าง  การอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ ก็ต้องเพิ่มขึ้น และรัฐก็ต้องไปไล่บี้เอากับบริษัทน้ำมันโดยขย่ม “ค่าการตลาด” เพิ่มขึ้นอีก

รายการปรับลดค่าไฟแบบทำลายสถิติ 2 สัปดาห์ ลดกันถึง 2 รอบ จาก 4.45 บาท/หน่วย ลดลงมาครั้งแรกเหลือ 4.10 บาท และครั้งที่ 2 หลุด 4.00 บาทมาอยู่ที่ 3.99 บาทเลย รายการนี้ก็ต้องแลกด้วยหนี้สินกฟผ.ที่ยังคงต้องแบกอยู่ 1 แสนล้านบาทเศษอีกต่อไป

รายการระทึกใจต่อไปคือ “กระเป๋าเงินดิจิทัล” มูลค่า 5.6 แสนล้านบาท ยังต้องติดตามกันต่อไปว่า แหล่งเงินจะเอามาจากไหน

ภาวะ “ขาดดุลแฝด” ที่เป็นสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจ เดินทางมาถึงไทยเราแล้วนะจ๊ะ รัฐบาลต้องหาทางรับมือให้ดี ข้อแรกก่อนเลยก็คือ อย่าใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย

Back to top button