สังคมข่าวหุ้น

ตลาดหุ้นรอบด้าน รวมทั้งยุโรป ต่างปิดในแดนบวก วิ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ส่วนตลาดหุ้นไทยแลนด์กลับอยู่ในสภาพซบเซา ปิดแดนลบ


ตลาดหุ้นรอบด้าน รวมทั้งยุโรป ต่างปิดในแดนบวก วิ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ส่วนตลาดหุ้นไทยแลนด์กลับอยู่ในสภาพซบเซา ปิดแดนลบ (-5.28 จุด ปิด 1,408.24 จุด) มูลค่าการซื้อขายบางเฉียบเพียง 35,537 ล้านบาท นี่กำลังลุ้นอยู่ว่า ดัชนีจะหลุด 1,400 จุดอีกหรือเปล่า ส่วนสาเหตุนั้น น่าจะมาจากความเชื่อมั่น ยังไม่กลับมาเท่าไหร่นัก คงเป็นการบ้านที่หน่วยงานกำกับต้องไปดำเนินการกันละ

กลุ่มแบงก์ KBANK KTB BBL ราคายังไม่ฟื้น หลังโกลด์แมน แซคส์ ดาวน์เกรดผลประกอบการและราคาเป้าหมาย ส่วน เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ราคาเริ่มดีดกลับมาแล้ว ขณะที่ TTB ยังนิ่ง ๆ ส่วนแนวโน้มวันนี้ มีโอกาสที่หุ้นแบงก์ที่ว่ามา น่าจะขึ้นมายืนในแดนบวกได้ หลังจากกองทุนต่างประเทศ และอาจรวมถึงในไทย ได้ขายหรือปรับพอร์ตแบบสะเด็ดน้ำแล้ว ส่วนกองทุนที่ไม่ได้ลงทุนโดยใช้ข้อมูลของโบรกฯ ต่างประเทศแห่งนี้ น่าจะขยับเข้ามาสะสม ขณะที่สัปดาห์หน้า กลุ่มแบงก์จะแจ้งงบงวดไตรมาส 4/2566 กำไรต่างออกมาดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

SCB ราคากลับมายืนแดนบวก หรือฟื้นก่อนเพื่อนในกลุ่มฯ ที่ถูกดาวน์เกรด ถือว่าแข็งแรงมาก ๆ รับแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2566 ออกมาดี ประกอบกับอย่าลืมว่า SCB เขามีจุดเด่นเรื่องการจ่ายเงินปันผลระดับสูง อัตราผลตอบแทน 6.30% ดังนั้น หากราคาย่อตัวลงลึก ทำให้เกิดแรงรับซื้อหนาแน่น แนวต้านถัดไป 106.50 บาท ส่วนแนวรับ 104.00–103.50 บาท หากไม่สนปันผลเล่นรอบในกรอบราคาเล็ก ๆ พอไหว

กลุ่มเจมาร์ท ราคาร่วงยกกลุ่มอีกครั้งทั้ง JMART SINGER SGC JMT โดยแต่ละหุ้นราคาต่างลงมาบริเวณแนวรับเกือบทั้งนั้น อย่าง JMART วานนี้ปิด 16.80 บาท ที่แนวรับพอดี (16.90-16.80 บาท) ทำให้วันนี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ ส่วนแนวต้าน 17.30-17.50 บาท เข้าใจว่าช่วงเช้าราคาหุ้นน่าจะแกว่งตัว แล้วไปเร่งขึ้นในช่วงเปิดภาคบ่าย แต่หากวันนี้ราคายังลงต่อ ต้องมารอรับที่ 16.20-16.00 บาท

เงินติดล้อ TIDLOR สัญญาณเทคนิคสวย วันนี้ราคามีลุ้นไปต่อ แต่อัพไซด์อาจจะไม่มากนัก แนวต้าน 24.00-24.50 บาท แต่หากฝ่าแนวต้านดังกล่าวได้ อาจจะมีโอกาสขัยบขึ้นไปเล่นเหนือ 25.00 บาทได้อีกครั้ง แต่ราคานี้จะต้องมาพร้อม ๆ กับผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2566 ต้องเป็นไปตามคาดการณ์ หรือมากกว่าที่ประเมินกันไว้ เพราะจะส่งผลต่อราคาเป้าหมายที่จะขยับขึ้นไปอีก ยิ่งปีนี้ หากดอกเบี้ยนโยบายลดลงเร็ว จะทำให้ต้นทุนของกลุ่มเช่าซื้อรับประโยชน์เต็ม ๆ เป๋าตุงถ้วนหน้า

เตรียมเงินให้พร้อม เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มเคาะ ขยายเวลาเทรดหุ้นแล้ว โดยช่วงเช้ายังเหมือนเดิมเวลา 10.00-12.30 น. ส่วนเปิดภาคบ่ายจากเดิม 14.30-16.30 น. มาเป็น 14.00-16.30 น. หรือเพิ่มจากเดิมมาอีกครึ่งชั่วโมง ส่งผลมีเวลาเทรดต่อวันเป็น 5 ชั่วโมง แต่ยังถือว่าน้อยกว่าตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกที่มีเวลาเทรดประมาณ 6 ชั่วโมง แต่จริง ๆ แล้ว 5 ชั่วโมงก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ และอีกอย่าง คงต้องค่อย ๆ เพิ่มเวลาไป ไม่อย่างนั้น ต้นทุนของโบรกฯ เพิ่มขึ้นอีกเพียบแน่ ๆ ยิ่งปัจจุบันวอลุ่มเทรดบาง ๆ อยู่แล้วด้วย

บล.กรุงศรี พัฒนสิน ส่งข้อมูลคาดการณ์ MSCI ด้วยการประเมินหุ้นเข้าและออก MSCI ACWI Index rebalance รอบถัดไป ซึ่งจะใช้ราคาปิดในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ ประกาศผลวันที่ 12 ก.พ. และมีผลวันที่ 1 มี.ค. 2567 พบว่ามีหุ้นเสี่ยงหลุด 3 ตัว ได้แก่ BANPU, OSP และ BJC โดยเรียงตามลำดับโอกาสหลุด จึงมีคำแนะนำให้ระมัดระวังหุ้น 3 บริษัทดังกล่าว ล่าสุด OSP ราคาเริ่มดีดกลับ หลังปรับลงแรงเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน หากจะเข้าเล่น หุ้นมีแนวต้าน 22.80 บาท ส่วนแนวรับ 20.80 บาท ก่อนจะถึงวันที่ MSCI มีผล หาจังหวะเล่นรอบกันไปก่อน

เก็งกำไรสินค้าใน TFEX ได้อย่าง “ทันใจ ไม่มีสะดุด” เมื่อ “เนส-บรรณรงค์ พิชญากร” จากหลักทรัพย์บัวหลวง เอาใจสายเทรด Futures ให้จับจังหวะลงทุนในทุกสภาวะตลาด ด้วยการเปิดตัว “บริการฝากเงินแบบ Real Time เพื่อซื้อขายทุกสินค้าใน TFEX ได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน” ผู้ฝากเงินในช่วงกลางวัน เวลา 08.00-18.30 น. และช่วงกลางคืน (Night Session) เวลา18.45-03.00 น. ด้วยระบบ E-ATS หรือ Bill Payment ผ่านธนาคารกรุงเทพ, กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ ยอดเงินจะถูกปรับเข้าพอร์ตทันทีเพื่อให้ซื้อขายสินค้าใน TFEX ที่เปิดให้เทรดในช่วงเวลาดังกล่าวได้รวดเร็ว

Back to top button