ASW ผลงานปี 66 จะนิวไฮ!

ASW ยังเติบโตได้อย่างน่าสนใจ ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างซบเซา จากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ


คุณค่าบริษัท

ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างซบเซา จากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ แต่บริษัทอสังหาฯ ไซซ์เล็กค่อนไปทางกลางอย่างบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ยังเติบโตได้อย่างน่าสนใจ สะท้อนได้จากยอดขาย (Presale) ในปี 2566 ที่ทำได้ 16,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2565 เป็นการเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ทะลุเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ที่ 15,000 ล้านบาท

และจากเดิมมีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2566 จำนวน 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 22,500 ล้านบาท ก็เพิ่มเป็น 15 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 30,460 ล้านบาท

สาเหตุที่ทำให้ ASW ยังเติบโตได้ดี น่าจะมาจากการเป็นอสังหาฯ ที่เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า บนทำเลใกล้รถไฟฟ้าและมหาวิทยาลัย ในราคาที่จับต้องได้ในระดับ 2-4 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นเจาะตลาด Real Demand ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง

ส่งผลให้ในรอบปีที่ผ่านมา มีหลายโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ดี อาทิ โครงการโมดิซ อาวองการ์ด (Modiz Avantgarde) ซึ่งเป็น Campus Condo ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท, โครงการ เคฟ ทาวน์ ไอส์แลนด์ (Kave Town Island) มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,200 ล้านบาท ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย และกลุ่มผู้ต้องการลงทุนคอนโดมิเนียมเพื่อรับผลตอบแทน

และล่าสุดบริษัทได้เปิดขายโครงการคอนโดฯ เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ซึ่งสามารถปิดการขายผ่านเอเยนต์ในเฟสแรกได้ภายในวันเดียว

ที่น่าสนใจ ในปี 2567 ASW ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อ เนื่องจากบริษัทจะมีโครงการที่สร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนอีก 10 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 19,307 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 14,057 ล้านบาท และมีโครงการแนวราบอีก 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 5,250 ล้านบาท

รวมทั้งยังมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ (Ready to move) รวมถึงความแข็งแกร่งของยอดขายรอโอน (Backlog) ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ กลุ่มอสังหาฯ จะได้ประโยชน์จากการที่ภาครัฐต่ออายุมาตรการลดหย่อนทางภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านออกไปอีก 1 ปี มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 2% เหลือ 1%, ค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระให้แก่ผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 เป็นอีกปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนการเติบโตของ ASW

ไม่หมดเท่านี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากการเข้าเทกโอเวอร์บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ที่จะเป็นหัวหอกในการบุกจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น ASW ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 7.19 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 17.97 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาดหลายเท่าตัว สอดคล้องกับ P/BV ที่ระดับ 1.22 เท่า ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.33 เท่า

Back to top button