หุ้นทรงดี-การเมืองห่วย

แม้ดัชนีจะแกว่งตัวรุนแรงขนาดไหนก็ตาม “โมนิก้า” ก็ยังเชื่อมั่นว่า ดัชนีน่าจะประคองตัวได้ตลอดรอดฝั่ง ผนวกกับช่วงนี้เป็นจังหวะที่หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องหมาย XD จึงกลายเป็นแรงกดทับที่ทำให้ดัชนีผันผวนหนักขึ้น


แม้ดัชนีจะแกว่งตัวรุนแรงขนาดไหนก็ตาม “โมนิก้า” ก็ยังเชื่อมั่นว่า ดัชนีน่าจะประคองตัวได้ตลอดรอดฝั่ง ผนวกกับช่วงนี้เป็นจังหวะที่หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องหมาย XD จึงกลายเป็นแรงกดทับที่ทำให้ดัชนีผันผวนหนักขึ้น และการที่ดัชนีสามารถยืนปิดที่ระดับ 1,387.33 จุด บวกไป 1.06 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.17 หมื่นล้านบาท เหมือนเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทยได้ในระดับหนึ่ง หรือถ้าพูดเป็นภาษาวัยรุ่นก็คือ “ทรงยังดี” พะย่ะค่ะ

เนื่องจากดัชนีพยายามเกาะแนวรับสำคัญบริเวณ 1,380 จุดอย่างเหนียวแน่น ผนวกกับบริษัทต่าง ๆ เชื่อว่า ผลงานในช่วงไตรมาส 1 อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ จึงเป็นเกมหุ้นที่น่าติดตามสำหรับคนที่พร้อมเสี่ยง โดยประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มั่นใจว่า อดีตหุ้นดาวเด่นจะกลับมาโชว์แสงอีกครั้ง เพราะมองในแง่ของ PE ก็เป็นจุดที่น่าลงทุนสุด ๆ หรือมองในมุมของการเติบโต ก็กลายเป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้นเต็ม ๆ เจ้าค่ะ

ในมุมกลับกันถ้ามองเรื่อง “การเมือง” เป็นประเด็นถัดมา กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนมากมายร้องยี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำลายระบบยุติธรรมของประเทศลงอย่างราบคาบ และทำให้ผู้คนมากมายรู้ถึงความปลิ้นปล้อนของนักการเมืองได้ดีขึ้นอีกด้วยแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่กระตุ้นให้สังคมตื่นรู้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเหลือบไรพวกนี้มักฉกฉวยผลประโยชน์ประเทศมาเป็นของพรรคพวกตัวเองน่ะซี

ไม่เพียงแค่นั้น!..ล่าสุดก็มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วว่า “โครงการปลูกป่าล้านไร่” ของ กฟผ. ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ ดันกลายเป็นเรื่องของ “ปลูกป่าทิพย์”  ซึ่งในแผนงานมีการตั้งเป้าปลูกป่าปีละ 1 แสนไร่ เป็นระยะเวลา 10 ปี ก็จะได้ป่ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านไร่ โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 5 พันล้าน แต่อนิจจาดันกลายเป็นเรื่องผักชีโรยหน้าขึ้นมาแบบนี้..ก็ควรมีการชี้แจงให้สังคมหายสงสัยนะคะ

คล้ายกับเรื่องค่าไฟแพงที่เป็นปัญหาสังคมในเวลานี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ต้องออกมาพูดให้ชัดกันไปเลยว่า กกพ.เป็นคนที่ทำให้เกิดปัญหาหรือเปล่า? และเรื่องดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากสมัยก่อนที่ถวายพานให้เอกชนขายไฟฟ้าจริงไหม? รวมทั้งปัญหาการแต่งตั้งผู้ว่า กฟผ. ที่มันยืดเยื้อมายาวนาน ทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับการเมืองไหม? ผู้คนทั่วไปจะได้เลิกถามกันเสียทีนะตัวเอง!

เม้าท์เรื่องสัพเพเหระมามากเกินไป “โมนิก้า” ขอย้อนกลับมาดูเรื่องหุ้นรายตัวกันบ้างดีกว่า และตัวที่อยากเม้าท์ถึงมากสุด น่าจะเป็นในรายของ NER ซึ่งเป็นหุ้นที่ให้ปันผลในช่วงหลัง ๆ อยู่ที่ระดับ 6-7% ผนวกกับตอนนี้ราคายางกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งกำลังผลิตของโรงงานใหม่จะเข้ามาในช่วงปลายปี เดี๊ยนถึงมองว่า การยืนปิดที่ระดับ 5.60 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 139 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งต่อนะจ๊ะ

ส่วนม้ามืดที่มาด้วยเรื่องปันผลแบบจัดเต็ม คงต้องมองไปที่หุ้นยางมะตอย TASCO หลังประกาศจ่ายปันผลต่อหุ้น 1 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราเงินปันผลที่ระดับ 5% แบบนี้ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนอันดับต้น ๆ ผนวกกับราคาหุ้นนอนนิ่งเป็นเวลานานหลายเดือน จึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาเก็บหุ้นอีกรอบ วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 17.10 บาท บวกไป 0.80 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 438 ล้านบาทไงล่ะคะ

สำหรับคนที่ชอบเล่นเก็งกำไรสั้น ๆ “โมนิก้า” ขอแนะนำให้ดูหุ้น TRUBB เป็นเบอร์ต้น ๆ เพราะสเต็ปการขึ้นของหุ้นตัวนี้มักมา 1-2 วันเลิก จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรมากมาย หลังหุ้นทะยานขึ้นไปที่ 1.54 บาท ต่อจากนั้นย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1.43 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 12.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 170 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีลุ้นพลิกกำไรตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่ มันเป็นเกมที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยนะคะ

ตบท้ายกันที่หุ้นร้อนอย่าง CMO กันดีกว่า เพราะการพุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.26 บาท บวกไป 0.19 บาท หรือขึ้นไป 17.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 93 ล้านบาท มันไม่เมคเซนส์ในมุมของธุรกิจ เพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่า ธุรกิจจะคัมแบ็คเมื่อไหร่? รวมทั้งกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มักมีชื่อเสียงไปในทางชวนสงสัยเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงรู้สึกสยดสยองทุกครั้งที่เห็นหุ้นพุ่งขึ้นแบบไร้พื้นฐาน เพราะเดี๊ยนต้องมานั่งนับศพแมงเม่าในตอนท้ายน่ะซี

Back to top button