SET ผันผวนในกรอบ หลังตลาดยังไร้ปัจจัยชี้นำใหม่

ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจาก 3 สาเหตุหลัก คือ ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ-ปริมาณเงินในระบบ (M2)-สัญญาณจาก Fed


InnovestX มองว่าราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจาก 3 สาเหตุหลัก คือ (1) ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดูดีกว่าคาด ทั้งตลาดแรงงาน การบริโภค และภาคบริการ (แม้ตัวเลขจะเริ่มลดลงในระยะหลังก็ตาม) (2) ปริมาณเงินในระบบ (M2) ที่อยู่สูงสุดเป็นประวัติการณ์และยังไม่ปรับลดลงชัดเจน และ (3) สัญญาณจาก Fed ที่พร้อมจะลดดอกเบี้ยลงในปีนี้

อย่างไรก็ตาม InnovestX มองว่า (1) ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะต่อไปจะเริ่มชะลอลงในลักษณะ Soft landing โดยเฉพาะการบริโภคและตลาดแรงงาน (ซึ่งเป็นผลจากอำนาจการต่อรองของลูกจ้างที่ลดลง) (2) ดอกเบี้ยที่แท้จริงที่สูงขึ้นจะกระทบความสามารถในการชำระหนี้ในระยะต่อไป ท่ามกลางความสามารถในการผลิตที่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักและ (3) ความเสี่ยงภาคอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ที่มากขึ้นจะกระทบต่อผลประกอบการภาคธนาคารในอนาคต 

ด้านเศรษฐกิจจีน InnovestX มองว่าจีนจะใช้การส่งออกเป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจาก 3 วิกฤต อันได้แก่ วิกฤตอสังหาฯ วิกฤตเงินฝืด และวิกฤตการจ้างงาน ทั้งนี้ มาตรการของภาครัฐ เช่น การตั้งเป้า GDP ที่จะขยายตัวประมาณ 5% การที่รัฐบาลท้องถิ่นเตรียมออกพันธบัตรระยะยาวอีกกว่า 1 ล้านล้านหยวน รวมถึงกระแสข่าวที่ธนาคารกลางเตรียมลดอัตราการกันสำรองธนาคารพาณิชย์ (RRR) จะช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้า

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น InnovestX มองว่าช่วงสั้นตลาดหุ้นไทยจะยังผันผวนในกรอบ โดยยังมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1,400 จุด หลังในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่ชี้นำ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีมหลัก ดังนี้

1) หุ้นเก็งกำไรจากความคาดหวังแรงซื้อกลับจากทำ Cover Short และ Fund Flow ไหลกลับ อีกทั้ง ตลท. มีแผนออกมาตรการคุม Short Sales มากขึ้น ขณะที่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง เลือก AOT, KBANK, BBL, PTT

2) หุ้นเก็งกำไรจากความคาดหวัง หากเงินเฟ้อ ก.พ. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ซึ่งจะส่ง Sentiment บวกต่อหุ้นที่ได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาลง เลือก AP, CPALL, GULF, TIDLOR

3) หุ้นเก็งกำไรขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยกำไรปี 2567 ยังเติบโตดีจากช่วงเดียวของปีก่อน และมองราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เลือก AU, ONEE, SECURE, KLINIQ, HTC

4) ส่วนนักลงทุนระยะยาวยังคงแนะนำลงทุนสะสมแบบ DCA หลังราคาหุ้นอยู่ในระดับ Undervalue มาก โดยเลือก BBL, BDMS, BEM, CPALL, PTT และ SCC ซึ่งเป็นหุ้น SET100 ซึ่งเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม และมี ESG Ratings ระดับ AAA/AA, Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง

สุกิจ อุดมศิริกุล

กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด บริษัทในกลุ่ม SCBX

Back to top button