ฮ่องกงลดน้ำหนักหุ้นไทย

วานนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เปิดช่วงภาคเช้า กับความเคลื่อนไหวของภาคบ่าย เหมือนหนังคนละม้วน


วานนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เปิดช่วงภาคเช้า กับความเคลื่อนไหวของภาคบ่าย

เหมือนหนังคนละม้วน

ช่วงเช้าดัชนีเปิดบวก และขึ้นไปสูงสุด 1,385.61 จุด

ก่อนจะลงมาสู่ในแดนลบแบบหุ้นขนาดใหญ่ถูกรินขายออกมาเรื่อย ๆ

กระทั่งมาปิดตลาด -8.55 จุด ปิด 1,372.49 จุด

มูลค่าการซื้อขาย 41,060 ล้านบาท ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับเวลาการเทรดในช่วงบ่ายที่มีการเปิดตลาดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง

วานนี้ พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยและเอเชีย

กลับไปได้ข้อมูลว่าบล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เขาได้งานพบลูกค้าในงาน Marketing Trip

งานนี้จัดขึ้นที่ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 20-21 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากข้อมูลในงานพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ “ลดน้ำหนักการลงทุน”  หรือ Underweight  ตลาดหุ้นไทย

เหตุผลเพระตลาดหุ้นไทยมีผลการดำเนินงานไม่ดีตั้งแต่ปี 2566

นักลงทุนยังคงกังวลกับการเติบโตของเศรษฐกิจของไทยที่ยังคง “อ่อนตัว” รวมถึงการอ่อนค่าของ “เงินบาท” และความไม่แน่นอนทาง “การเมือง”

ทว่าลูกค้าบางส่วนเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 เม.ย. 2567

แต่กังวลเช่นกันว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง

และจะลบล้างผลกำไรที่ได้จากการซื้อขายหุ้นจากการลงทุนในไทย

นักลงทุนหลายราย บอกด้วยว่า การจะเปลี่ยนมุมมองตลาดหุ้นไทยเป็นบวกนั้น พวกเขาต้องการเห็นสถิติ คือ

1.นักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยเพิ่มขึ้น

2.อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นบวก

3.อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงขึ้น

ดังนั้น CGSI เชื่อว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นในปี 2567-2568

ส่วนคาดเงินเฟ้อรายเดือนอาจกลับมาเป็นบวกในเดือนมี.ค.หรือเดือนเม.ย.นี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศน่าจะปรับขึ้น จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นและหน่วยงานรัฐของไทยอาจปรับเพิ่มเพดานราคา

รวมถึงฐานที่ต่ำ ส่วนเงินปันผลนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

มีมมุมองเพิ่มเติมด้วยว่า หากแบงก์ชาติของไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยวันที่ 10 เม.ย.นี้ และเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหุ้นน่าจะปรับตัวขึ้น ซึ่งอาจดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามามากขึ้น

CGSI จึงยังคงเป้าดัชนีสิ้นปี 2567 ที่ 1,650 จุด แม้ว่านักลงทุนคาดว่า ธปท.จะปรับลดดอกเบี้ย

แต่มองว่านักลงทุนยังกังวลกับผลกระทบตามมา เช่น เงินทุนไหลออกและเงินบาทอ่อนค่ามากเกินไป

ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวแย่กว่า (Underperform) ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค

CGSI แนะนำว่า เป็น “โอกาส” ดีที่จะเข้าซื้อหุ้น เพราะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการซื้อขายในตลาด

สำหรับดัชนีสิ้นปีที่ 1,650 จุดนั้น เท่ากับ P/E ที่ 16.3 เท่าในปี 2568 หรือ -0.5SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี เป็นเซนติเมนต์ตลาดดีขึ้นน่าจะดึงดูดให้มีเม็ดเงินจากต่างประเทศเช่นกัน

ส่วนหุ้นเด่นประกอบด้วย AMATA, BBL, BCH, CPALL, ERW, PTTEP, TU และ SCB

มุมมองของ CGSI อาจมี downside risk หากธปท.ยังตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกนง. 2-3 ครั้งหลังจากนี้ และการที่รัฐบาล กับ ธปท. ยังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับกรอบเวลา และอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับลดลง

Back to top button