วัดใจ 1,330 จุด…เอาอยู่?

สัปดาห์ก่อนมีเรื่องราวสารพัดสารเพให้เดี๊ยนต้องปวดเศียรเวียนเกล้า หยิบยาหม่องตราลิงถือลูกท้อมาดมวันละหลายรอบ


สัปดาห์ก่อนมีเรื่องราวสารพัดสารเพให้เดี๊ยนต้องปวดเศียรเวียนเกล้า หยิบยาหม่องตราลิงถือลูกท้อมาดมวันละหลายรอบ กับความเกาหลาไม่กินเส้นของ “รัฐบาลเสี่ยนิด” กับ “แบงก์ชาติ” ที่แม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะบอกไม่มี้! ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่แล้วก็มีข่าวเม้าท์ลอยตามสายลมเข้าหูกระจอกข่าวตาน้ำข้าวว่า  “รัฐบาลเสี่ยนิด” เตรียมส่งขุนตัวใหม่เข้าไปเป็นบอร์ด “แบงก์ชาติ” หวังกุมกลไกนโยบายการเงินที่กลายเป็น “อุปสรรค” ของเอกชนบ้านเราที่กำลังบีบ “รัฐบาลเสี่ยนิด” จนหน้าเขียวนะเจ้าคะ

ยังไม่นับรวมประเด็นการเมืองที่อาจชี้เป็นชี้ตาย “นายกฯ นิด” และพรรค “ส้ม” ที่ต้องจับตาแบบชิดติดขอบจอเป็นเหตุให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติสั่นคลอน หอบเงินกลับประเทศไปกว่า 5.55 พันล้านบาท จนทำเอาตลาดหุ้นซึมกระทืออย่างที่เห็น… ดังนั้นการที่เห็นดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,332.74 จุด บวกไป 4.33 จุด หรือ 0.33% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.03 หมื่นล้านบาท จึงเป็นอะไรที่ต้องลุ้นกันต่อสัปดาห์นี้จะเอาอยู่หรือไม่??

พักเรื่องเครียด ๆ มาดูเรื่องดี ๆ ของคอบอลรวมไปถึง “นายกฯ นิด” นั้นคือการออกมาประกาศจับมือกับเจ้าสัวแถวหน้าหน้าของประเทศถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล “ยูโร 2024” ให้แฟนฟุตบอลคนไทยได้ดูกันแบบจุก ๆ ทุกแมตช์ตั้งแต่ต้นจนจบแต่ข่าวนี้อาจไม่ค่อยทำให้ “เจ้าสัวซีพี” แฮปปี้ดี๊ด๊าเพราะงานถูก “แย่ง}ซีน” ไปแบบเต็ม ๆ ที่ตอนแรกหวังว่าจะโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากคอบอลที่จะซื้อแพ็กเกจ “บอลยูโร” จนทำให้ราคา TRUE ปิดท้ายสัปดาห์ที่ระดับ 8.45 บาท ลบ 0.05 บาท หรือลงไป 0.59% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 702 ล้านบาท แม้จะมีคำยืนยันจาก “แหล่งข่าว” ภายในว่าประเด็นนี้ไม่กระทบกับบริษัทแน่นอน เพราะเป็นลิขสิทธิ์คนละใบยังไงล่ะจ๊ะตัวเอง

ส่วนหุ้นที่ดูจะดี๊ด๊าไม่แคร์ใครเห็นจะเป็นหุ้นกลุ่ม “ยาง” นะเจ้าคะ นำทีมโดย STA ที่เมื่อวันศุกร์ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 24.10 บาท บวก 1.40 บาท หรือขึ้นไป 6.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1 พันล้านบาท หลังช่วงนี้ผู้ผลิตยางรถยนต์ในญี่ปุ่นเริ่มออกมาสต๊อกของกัน ทำให้คาดเดาอนาคตได้ไม่ยากว่ารายได้ไตรมาส 2 ทำให้เสี่ยสวนยางแดนใต้กระเป๋าตุง เพราะ STA เป็นหนึ่งเดียวที่ผ่านมาตรฐาน EUDR ยังไงล่ะคะ

เหลือบไปดู TEGH เมื่อวันศุกร์พุ่งขึ้นมาอย่างร้อนแรงก่อนมายืนปิดที่ระดับ 3.86 บาท บวก 0.44 บาท หรือบวกไป 12.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 163 ล้านบาท ด้วยความหวังผลงานสวยหรูในช่วงไตรมาส 2 แต่งานนี้ “โมนิก้า” อยากให้ผู้เล่นตั้งสติก่อนสตาร์ต เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันวิ่งแรงแซงราคาเป้าหมาย 3.80 บาท ไปมากโข จึงอยากให้รอรับชมผลงานกันดูก่อน ว่าจะออกมาดีอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่าพะย่ะค่ะ

ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับในรายของ NER ช่วงนี้ขยับตัวคึกคักเป็นพิเศษตีคู่ไปกับวอร์แรนต์ NER-W2 ที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวแม่ และการที่ราคาหุ้นกระโดดขึ้นมาปิดที่ระดับ 6 บาท บวก 0.25 บาท หรือบวกไป 4.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 87 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าถึงเวลาเติบโตรอบใหม่ แถมราคาเป้าหมายที่ถูกมองไว้ที่ 7.20 บาท ยังพอเหลือแก๊ปให้เล่นอีกกว่า 20% นะจ๊ะ

เดี๊ยนมัวแต่จับจองหุ้นกลุ่ม “ยาง” หันมาอีกทีหุ้น SFLEX ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนที่เรียกว่าครองเจ้าตลาดเลยก็ว่าได้เพราะทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ต่างมาใช้บริการแบบหัวกะไดไม่แห้งจนงบไตรมาสแรก Net Margin ทะลุ 12% แถมยังโกอินเตอร์เตรียมกวาดรายได้จากบริษัท JV ในเวียดนามทำราคาขึ้นมา 3 วันติดเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านิวไฮรอบใหม่ที่ราคา 3.54 บาท บวก 0.18 บาทหรือขึ้นไป 5.36% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 56 ล้านบาท จนเดี๊ยนตาลุกวาวต้องเอาเข้าเช็กลิสต์ที่ต้องตามข่าวต่อสัปดาห์นี้จร้าา

เปลี่ยนบรรยากาศมาดูราคาหุ้นไอพีโอน้องใหม่สายปลาดิบอย่าง MAGURO เริ่มเห็นแรงซื้อเข้ามามากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นกระเตื้องขึ้นมาปิดที่ระดับ 19.10 บาท บวก 1.40 บาท หรือบวกไป 7.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 312 ล้านบาท และด้วยสตอรี่การขยายสาขาปีนี้อีก 11 แห่ง ทำให้ “โมนิก้า” แอบคล้อยตามไปว่าเป้าหมายรายได้เติบโตปีนี้ 30% คงทำได้แบบไม่เหนือบ่ากว่าแรงนะพะย่ะค่ะ

โมนิก้า: และทีมงาน

Back to top button