AURA โชว์กำไรพุ่งแรง ฝ่าราคาทองผันผวน.!

ในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แม้ราคาทองคำจะปรับลดลงมาจากระดับสูงสุด แต่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5%


คุณค่าบริษัท

ในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แม้ราคาทองคำจะปรับลดลงมาจากระดับสูงสุด แต่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ในเดือน ก.ย. 2568 อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ เคลื่อนไหวต่ำสุดบาทละ 52,800 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ และเคลื่อนไหวสูงสุดบาทละ 59,300 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ ส่วนต่างราคาสูงสุด-ต่ำสุดอยู่ที่ 6,500บาท หรือคิดเป็น 10.96% โดยราคาปิด ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2568 อยู่ที่บาทละ 58,400 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ

ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จะเป็นผลบวกหรือผลลบต่อผู้ประกอบการค้าทองคำ แต่ถ้าไปดูผลประกอบการในไตรมาส 3/2568ของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ยังเติบโตดีนะ โดยรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 261.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 204.9 ล้านบาท เป็นผลมาจากกลยุทธ์การขยายสาขาเชิงรุก การบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และการบริหารพอร์ตลูกหนี้ขายฝากอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจได้ตามแผนการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 10,302.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,424.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30.8% จากไตรมาส 3/2567 สาเหตุหลักมาจากการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายเพิ่มเติมในส่วนของธุรกิจ Modern Gold ในช่วงไตรมาส 3/2568 และการขยายสาขาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 115 สาขา แบ่งเป็น ทองมาเงินไป เพิ่มขึ้น 74 สาขา, ออโรร่า และเซ่ง เฮง เพิ่มขึ้น 21 สาขา, ออโรร่า ไดมอนต์ เพิ่มขึ้น 9 สาขา และของขวัญ เพิ่มขึ้น 11 สาขา รวมเป็นสาขาทั้งหมด 592 สาขา หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 24.1% เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจขายฝาก (Gold Financing) ซึ่งมีรายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกหนี้ขายฝากที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยในส่วนผลิตภัณฑ์ Modern Gold มีรายได้ 9,720.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.5% สินค้าเครื่องประดับเพชร และ Design Gold มีรายได้ 318.8 ล้านบาท ลดลง 20.4% และมีรายได้ดอกเบี้ยรับ 263.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.4%

ด้าน บล.ดาโอ ระบุว่า กำไรในไตรมาส 3/2568 ของ AURA ดีกว่า consensus คาด ยังเติบโตดีจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน จากฐานสูง กำไรที่เติบโตดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจาก 1) ธุรกิจค้าปลีกทองดีขึ้นต่อเนื่องจากการขยายสาขาใหม่เพิ่มเป็น 592 สาขา และได้ผลบวกมากขึ้นจากการปรับเพิ่มค่ากำเหน็จ 300 บาท ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2568 สำหรับทองรูปพรรณล็อตใหม่

2) ธุรกิจขายฝากดีขึ้นต่อเนื่อง โดยรายได้ดอกเบี้ยรับและกำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็น 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 22% จากไตรมาสก่อน โดย ณ 30 ก.ย. 2568 มียอดลูกหนี้ขายฝากเพิ่มเป็น 7 พันล้านบาท จาก 30 มิ.ย. 2565 ที่ 6.6 พันล้านบาท

ขณะที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อน แม้รายได้จะเติบโตสูง 17% ตามมูลค่าการซื้อ-ขายทองที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจค้าปลีกทองปรับตัวลดลงเป็น 8% จากไตรมาส 2/2568 ที่ 10.5% โดยเป็นผลจากราคาทองในประเทศเฉลี่ยในไตรมาส 3/2568 เพิ่มขึ้นไม่มาก 2% จากไตรมาสก่อน เทียบกับไตรมาส 2/2568 ที่เพิ่มขึ้นมาก 12% จากไตรมาสก่อน ทำให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนในไตรมาส 3/2568 ที่ลดลง

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น AURA ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 14.21 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 15.52 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาด อย่างไรก็ตาม ถ้าดู P/BV ที่ระดับ 2.76 เท่า ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.19 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 19.63 บาท จากราคาต่ำสุด 16.70 บาท และราคาสูงสุด 21.00 บาท

Back to top button