‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร


หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

“จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

“จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

“ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

Back to top button